แก้ปัญหาผิวแตกลาย เซลลูไลท์

 
 
ข้อมูลและอ้างอิงจากนิตยสาร ปฏิบัติการแปลงโฉม เล่ม 2 โดย นพ.โกสินทร์ แจ่มเพ็ชรรัตน์

 

          “ผิวแตกลาย” เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในคนท้องหรือช่วงวัยแตกเนื้อหนุ่มสาว... ในช่วงที่ผ่านมายากที่จะรักษาให้หายขาด แต่ทุกวันนี้มีเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ทำให้ ปัญหานี้กลายเป็นเรื่องง่ายในพริบตา

          ผิวแตกลายเป็นภาษาทางการแพทย์ เรียกว่า “Striae” หรือ “Stretch Marks” พบได้บ่อยมาก ในระยะแรกที่มีการอักเสบจะเห็นเป็นรอยแตกสีแดงให้เห็นก่อน แต่ ต่อมาเมื่อการอักเสบหายไป รอยแตกสีแดงจะค่อย ๆ ปลี่ยนเป็นสีขาวซีด เห็นเป็นเส้น ๆ ตามรอยแตก บางส่วนของผิวหนังอาจพบเป็นรอยบุ๋มร่วมด้วย สาเหตุที่เกิดรอย แตกลายนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่เชื่อว่ามีปัจจัยบางอย่างที่ทำให้ผิวหนังมีการ ยืดตัวออกอย่างกะทันหัน เมื่อผิวหนังถูกยืดออก เส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินซึ่งอยู่ ในชั้นหนังแท้ซึ่งทำหน้าที่ให้ความแข็งแรงและความยืดหยุ่นกับผิวจึงเกิดการฉีกขาดตามไปด้วย นอกจากนี้ยังพบการฉีกขาดของเส้นเลือดฝอยในชั้นหนังแท้ร่วมด้วย จึงเกิดการอักเสบแดงให้เห็นบนผิวภายนอก แนวที่เส้นใยคอลลาเจนและอีลาสติน ฉีกขาดนี่เองที่ทำให้เห็นเป็นรอยแผลเส้นเล็ก ๆ บนผิว ผิวแตกลายพบได้หลายกรณี เช่น ขณะตั้งครรภ์พบได้บ่อยถึง 90 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ตั้งครรภ์ แล้วครรภ์โต อาจเป็นเพราะทารกในครรภ์ตัวโตหรือทารกแฝดก็จะมีโอกาสเกิดรอยแตก
บริเวณหน้าท้องได้สูงทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังพบได้ในนักเพาะกาย นักกีฬา ที่มวลกล้ามเนื้อ โตขึ้นอย่างรวดเร็ว จะเกิดรอยแตกบริเวณต้นแขนหรือหน้าอกได้ และยังพบในอีกหลาย
กรณี เช่น คนอ้วน หรือโรคประจำตัวบางอย่างที่ทำให้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือจากการรับประทานหรือทายาจำพวกสเตียรอยด์เป็นเวลานาน ๆ...ปัญหาผิวแตกลาย พบได้ในหลายตำแหน่งของร่างกาย เช่น หน้าท้อง ต้นขา สะโพก หน้าอก เต้านม หรือต้นแขน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่มีการยืดตัวของผิวในช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่มีทางเลือกในการรักษาผิวแตกลายมากนัก ผู้ที่ประสบ ปัญหานี้มักทิ้งรอยแตกลายไว้คล้ายรอยแผลเป็นซึ่งยากที่จะรักษาให้หายขาดได้ วิธีที่ นิยมใช้กันคือการทาครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของกรดวิตามินเอ เพื่อลอกหรือผลัดเซลล์ผิว ชั้นบนออกไปเพื่อให้ผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอ ร่วมกับคาดหวังฤทธิ์กระตุ้นการสร้างเส้นใย คอลลาเจนในชั้นหนังแท้ของกรดวิตามินเอนั่นเอง วิธีนี้ได้ผลบ้างเมื่อใช้กับรอยแตก ในระยะแรก ๆ แต่มักไม่ได้ผลเมื่อรอยแตกนั้นปรากฏให้เห็นเป็นเวลานานแล้ว นอกจากนี้ ต้องระวังในสตรีมีครรภ์ เพราะเชื่อว่ากรดวิตามินหากซึมเข้าสู่กระแสเลือดจะมีผลต่อ ทารกในครรภ์ ทำให้ทารกพิการหรือมีปัญหาโรคหัวใจได้ สูตินารีแพทย์จึงไม่แนะนำให้ ใช้ครีมที่มีส่วนผสมของกรดวิตามินเอทาลดรอยแตกหน้าท้องขณะตั้งครรภ์ นอกจาก กรดวิตามินเอแล้วยังมีกรดผลไม้ (AHA) หรือกรดแล็กติก (Lactic Acid) ที่ถูกนำมาเป็น ส่วนผสมในครีมลดรอยแตกเพราะปลอดภัยกว่ากรดวิตามินเอ สตรีมีครรภ์สามารถ ใช้ได้อย่างสบายใจ แต่รอยแตกก็ไม่ได้ดีขึ้นอย่างชัดเจน...

จากวิธีเดิม ๆ ที่เราพบเห็นกันอยู่บ่อยครั้ง คราวนี้ลองมาดูเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อรักษารอยแตกลายกันบ้าง

1. IPL (Intensed Pulsed Light) เป็นการใช้แสงความเข้มสูงที่มีความยาวคลื่น ในช่วง 500 - 1,200 นาโนเมตรมายิงบริเวณรอยแตก ต้องใช้ความยาวคลื่นแสงในช่วง 500 - 700 นาโนเมตร ขณะยิงจะรู้สึกเจ็บคล้ายหนังสติ๊กดีดผิว ควรยิงแต่ละครั้งห่างกัน ทุก 2 สัปดาห์อย่างน้อย 5 ครั้ง รอยแตกที่ได้ผลดีเมื่อรักษาด้วย IPL คือรอยแตก ในระยะแรก ๆ ที่มีสีแดง แต่หากรอยแตกนั้นมีสีขาวซีด เป็นรอยแตกในระยะหลัง ๆ มักไม่ได้ผล ผลการศึกษาพบว่าวิธีนี้สามารถทำให้รอยแตกจางลงได้ประมาณ 40 - 50 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นอยู่กับระยะของรอยแตกที่ปรากฏให้เห็น ค่าบริการประมาณ 1,500 - 2,500 บาทต่อครั้ง

2. Nd-Yag Laser เลเซอร์ชนิดเอ็นดีแยคนี้มีหลายชนิดที่นำมาใช้รักษารอย แตกลาย คือ Long-Pulsed Nd-Yag Laser ที่มีความยาวคลื่นในช่วง 1,064 นาโนเมตร โดยขณะยิงบนผิวที่มีรอยแตกจะรู้สึกอุ่น ๆ ควรทำห่างทุก ๆ 2 สัปดาห์อย่างน้อย 5 ครั้ง เช่นเดียวกับแสงความเข้มสูง ได้ผลทั้งรอยแตกลายในระยะแรกและระยะหลัง ๆ พบว่า การรักษารอยแตกลายด้วยวิธีนี้ได้ผลประมาณ 50-60 เปอร์เซ็นต์ ค่าบริการประมาณ 2,000 -2,500 บาทต่อครั้ง

3. Carboxytherapy วิธีนี้เป็นวิธีการฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปใน ร่างกาย พบว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ฉีดเข้าไปนี้สามารถกระตุ้นการไหลเวียนเลือด บริเวณผิว กระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจนใต้ผิวทำให้ผิวตึงกระชับขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยสลายเซลล์ไขมันส่วนเกินได้อีกด้วย วิธีคาร์บ๊อกซี่เทอราปีนี้จึงถูกนำมาใช้ใน หลายกรณี เช่น สลายไขมันส่วนเกินตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์นี้เข้าไปในชั้นไขมัน นอกจากนี้ยังได้ผลดีในการรักษาผิวแตกลายอีกด้วย โดยอาศัยเทคนิคการฉีดก๊าซที่แตกต่างกัน ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ฉีดเข้าไปเพื่อ รักษาผิวแตกลายนี้ต้องฉีดตื้น ๆ เข้าไปเพียงชั้นหนังแท้ตามแนวร่องแตกลายผิวหนัง ขณะที่กำจัดไขมันส่วนเกินต้องฉีดก๊าซลึกเข้าไปในชั้นไขมันใต้ผิวหนัง...การฉีดสามารถ
ฉีดได้สัปดาห์ละครั้ง อย่างน้อย 3 - 5 ครั้ง จากการศึกษาวิธีนี้ใช้ได้ผลดีประมาณ 70 - 80 เปอร์เซ็นต์ ค่าบริการประมาณ 1,500 - 2,000 บาทต่อครั้ง

4. Dermochorella ฟังชื่อแล้วไม่คุ้นหูคุ้นตาสักเท่าไหร่ ไม่ใช่เครื่องสมัยใหม่ แต่เป็นสารที่สกัดได้จากสาหร่ายบริสุทธิ์ที่มีคุณประโยชน์มหาศาล เพิ่งค้นพบและมี งานวิจัยในช่วง 1 - 2 ปีที่ผ่านมานี้เอง คนไทยเรามักรู้จักและคุ้นหูเพียงสาหร่ายสไปรูไลนา เท่านั้น ทราบไหมว่าสาหร่ายมีด้วยกันหลายชนิด มีประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในเรื่องของความสวยงาม เพราะสาหร่ายอุดมไปด้วยวิตามิน เกลือแร่ และ แร่ธาตุหลากชนิด จึงเป็นอาหารผิวชั้นดีในการบำรุงผิวให้กลับมาสดใสมีชีวิตชีวา อีกครั้ง แต่สาหร่ายแต่ละชนิดก็มีอาหารผิวไม่เท่ากัน เพราะขึ้นอยู่กับชนิดของสาหร่าย ที่อยู่ในระดับความลึกของน้ำที่ไม่เท่ากัน แบ่งชนิดของสาหร่ายออกเป็น 4 กลุ่ม ตามระดับความลึกจากบนน้ำไปถึงส่วนลึกของท้องทะเลได้ดังนี

  1. สาหร่ายสีน้ำเงิน (Blue Seaweed) : เป็นสาหร่ายที่อยู่บนผิวน้ำ เช่น สาหร่าย สไปรูไลนา
  2. สาหร่ายสีเขียว (Green Seaweed) : สาหร่ายที่อยู่ลึกลงมาแต่ยังอยู่ส่วนบน ๆ ของทะเล เช่น สาหร่ายฟูซัน สาหร่ายเอโอชา
  3. สาหร่ายสีน้ำตาล (Brown Seaweed) : สาหร่ายที่อยู่บริเวณส่วนกลางของทะเล เช่น สาหร่ายเคลป์หรือสาหร่ายลามินาเรีย สาหร่ายโนโคซุม สาหร่ายซันคารินา
  4. สาหร่ายสีแดง (Red Seaweed) : สาหร่ายที่อยู่ในส่วนลึกสุดของทะเล เช่น สาหร่ายดีสซีลาเรีย สาหร่ายซาไควเนีย สาหร่ายที่เชื่อว่ามีวิตามินและเกลือแร่สูงคือสาหร่ายที่อยู่ในชั้นลึก ๆ ของท้องทะเล

          Dermochorella เป็นโปรตีนที่สกัดได้จากสาหร่ายสีเขียวชนิดหนึ่งที่ชื่อ “Chorella Microalgae” หรือ “Chorella Vulgaris” ข้อดีของโปรตีนสกัดนี้มีคุณประโยชน์มากมาย เช่น ประกอบด้วยกรดแอมิโนจำเป็นซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างเส้นใย คอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นหนังแท้ ทำให้เกิดเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ขึ้นมา ทดแทนส่วนที่เสื่อมสลายไป และโปรตีนชนิดนี้ยังออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ที่ย่อยสลาย ของเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสติน กระตุ้นการไหลเวียนเลือดบริเวณผิว ทำให้ได้รับ ออกซิเจนมากขึ้น และยังเพิ่มการสร้างสารที่ให้ความเนียนนุ่มชุ่มชื้นกับผิวในชั้นหนังแท้ อีกด้วย...จัดเป็นส่วนประกอบสำคัญสุดฮ็อตที่ถูกนำมาใช้ในครีมลดรอยแตกลายผิว ในปัจจุบัน โดยเฉพาะในแถบยุโรป นิยมใช้ความเข้มข้นถึง 0.5 - 1 เปอร์เซ็นต์...ผลิตภัณฑ์ ที่มีสาร Dermochorella นี้ ประเทศไทยเรายังผลิตไม่ได้ มักเป็นผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าจาก ต่างประเทศ เช่น สเปน ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นต้นกำเนิดที่มีสาหร่ายชนิดนี้อยู่มาก ผลการ ศึกษาพบว่าหากทาครีมที่มีส่วนผสมของ Dermochorella นี้เพื่อลดรอยแตกลายวันละ 2 ครั้งภายใน 42 วัน ลอยแตกลายจะค่อย ๆ จางหายไปประมาณ 70 - 80 เปอร์เซ็นต์ เลยทีเดียว...เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีแก้ปัญหาผิวแตกลายสมัยใหม่ที่ไม่เจ็บตัว

 

ปัญหาผิวแตกลายแม้จะซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้า แต่มักเป็นเรื่องที่สร้างความหนักใจให้กับผู้ประสบ ปัญหาไม่แพ้ปัญหาผิวหน้าเช่นกัน

ช่วงนี้รู้สึกตัวเองอ้วนขึ้นมากเลยค่ะ ผิวแตกลายเห็นเป็นร่องๆ บริเวณแขนและก้น พยายามลดน้ำหนักตัวแล้ว แต่รอยแตกก็ไม่หายไป เป็นเพราะอะไรคะ
ผิวแตกลายทางการแพทย์เรียกว่า “Stretch Marks” พบได้ในหลายกรณี เช่น ช่วงตั้งครรภ์ มักมีปัญหานี้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังพบได้กับคนอ้วนที่มีน้ำหนัก เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นักเพาะกายหรือนักกีฬาที่มีการเพิ่มมวลของกล้ามเนื้อ ทำให้ ผิวหนังถูกยืดตามไปด้วย หรือการทายาสเตียรอยด์บริเวณผิวเป็นเวลานาน ๆ ส่วนใหญ่ เกิดจากการที่ผิวหนังมีการยืดตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้เส้นใยคอลลาเจนและอีลาสติน ในชั้นหนังแท้ฉีกขาด ระยะแรกจะพบการอักเสบเห็นเป็นรอยแตกสีแดงก่อน แต่พอ นานเข้าเมื่อการอักเสบหายไป รอยแตกก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนสีกลายเป็นสีขาวซีดเป็นแนว
ให้เห็น รอยแตกเมื่อเกิดขึ้นแล้วหากไม่ได้รับการรักษาจะไม่สามารถหายไปเองได้ แม้ว่าผิวหนังที่เคยยืดตัวจากการที่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหรือจากการตั้งครรภ์ จะกลับคืนสู่สภาพปกติแล้วก็ตาม...จึงมักทิ้งร่องรอยคล้ายรอยแผลเป็นไว้ให้เจ็บ กระดองใจ

จะมีวิธีรักษาให้หายเป็นปกติอย่างไรบ้างคะ
การรักษาทำได้หลายวิธี แต่ทุกวิธีไม่สามารถทำให้ผิวหายเป็นปกติได้ แต่ สามารถทำให้รอยแตกดูจางลง ผิวเรียบเนียนขึ้นได้ เช่น การทาครีมลดรอยแตกที่มี ส่วนผสมของสารสกัดเซลล์ผิวอย่างกรดวิตามินเอ กรดแล็กติก กรดซาลิไซลิก เพื่อ ทำให้ผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังสามารถรักษาด้วยวิธีอื่นโดยใช้แสงความ เข้มสูง (IPL=Intense Pulsed Light) ยิงบริเวณรอยแตกเพื่อกระตุ้นการสร้างเส้นใย
คอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ทุก 2 สัปดาห์ อย่างน้อย 4 - 6 ครั้ง ขึ้นอยู่กับความรุนแรง ของผิวแตกลายที่มีอยู่เดิม วิธีนี้ได้ผลประมาณ 50 - 60 เปอร์เซ็นต์ หรืออาจใช้วิธี ฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นหนังแท้ตามแนวรอยแตกที่เห็น เรียกว่าวิธีคาร์บ๊อกซี่ เทอราปี ควรทำทุก 1 - 2 สัปดาห์จนรอยแตกดีขึ้น ส่วนใหญ่ต้องทำอย่างน้อย 4 - 6 ครั้ง เช่นกัน วิธีนี้ได้ผลประมาณ 60 - 70 เปอร์เซ็นต์

ถ้าไม่มีเวลาไปพบคุณหมอ ขอคำแนะนำวิธีเลือกครีมทารักษา รอยแตกลายด้วยนะคะ
สมัยก่อนครีมลดรอยแตกลายส่วนใหญ่มักมีส่วนผสมของสารลอกเซลล์ผิวหรือ ผลัดเซลล์ผิวชั้นบนออก จึงทำให้ผิวที่แตกลายเรียบเนียนขึ้น ปัจจุบันมีการพบสาร สำคัญจากสาหร่ายสีเขียวที่ชื่อว่า “Chlorella Microalgae” สามารถให้โปรตีนที่มีชื่อว่า “Dermochlorella” ที่มีคุณประโยชน์อย่างมหาศาล ช่วยกระตุ้นเซลล์ในชั้นหนังแท้ให้มี การสร้างเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสติกขึ้นมาใหม่ เพื่อทดแทนเส้นใยคอลลาเจนและ
อีลาสตินที่เสื่อมสภาพไป ทั้งยังมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ในการย่อยสลายเส้นใยทั้งสองนี้ นอกจากนี้ยังมีส่วนในการสร้างสารที่ให้ความเนียนนุ่มชุ่มชื้นในชั้นหนังแท้อีกด้วย โปรตีน ตัวนี้จึงถูกนำมาเป็นส่วนผสมสำคัญของครีมลดรอยแตกลายในแถบประเทศยุโรปใน ปัจจุบัน โดยพบว่าหากทาครีมลดรอยแตกลายที่มีส่วนผสมของ Dermochlorella นี้วันละ 2 ครั้ง รอยแตกลายจะจางลงอย่างเห็นได้ชัดภายใน 42 วัน

มีปัญหาหน้าท้องแตกลายตั้งแต่หลังคลอด เคยซื้อครีมมาทา ก็ไม่ได้ผล ทำอย่างไรดีคะ
ปัญหาหน้าท้องแตกลายทางการแพทย์เรียกว่า “Strech Marks” เกิดจากการที่ ผิวถูกยืดออกอย่างรวดเร็ว ทำให้คอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นหนังแท้มีการฉีกขาด ออกเห็นเป็นร่องหรือรอยแตกเกิดขึ้น มักพบในคนที่เคยอ้วนมาก่อนหรือหลังคลอด การรักษาเช่นการทาครีมลดรอยแตกช่วยได้เพียงเล็กน้อย ซึ่งมักมีส่วนผสมของกรด วิตามินเอหรือกรดแล็กติกเพื่อลอกผิวบริเวณดังกล่าวให้ผิวดูเรียบขึ้น...แต่หากต้องการ เห็นผลเร็วขึ้น ปัจจุบันมีเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ถูกนำมาใช้ เช่น การใช้เลเซอร์กระตุ้น คอลลาเจนและปรับสีรอยแตกให้ใกล้เคียงกับสีผิวปกติ เช่น Pulsed Dye Laser หรือ Diode Laser ซึ่งได้ผลประมาณ 30 - 70 เปอร์เซ็นต์ อีกวิธีคือการฉีดก๊าซคาร์บอนได- ออกไซด์เข้าไปตามรอยแตกที่มีอยู่เดิมเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนบริเวณดังกล่าว เรียกว่า คาร์บ๊อกซี่เทอราปี ซึ่งได้ผลประมาณ 50 - 80 เปอร์เซ็นต์...สอบถามจากสถานพยาบาล ใกล้บ้านดูซิว่ามีเครื่องมือเหล่านี้ที่จะให้การรักษาหรือไม่

ผิวต้นขาขรุขระเป็นคลื่นเพราะเป็นเซลลูไลท์ จะแก้ไขได้อย่างไรบ้าง
สามารถแก้ไขได้โดยเริ่มจากการควบคุมอาหารที่มีไขมันหรือแป้งสูง บวกกับ การออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญไขมันส่วนเกินออกไป ร่วมกับการทาครีมลดเซลลูไลท์ ซึ่งมักมีส่วนผสมของสารจำพวกกาเฟอีน (Cafeine) แอมิโนฟิลีน (Aminophyline) แอล- คาร์นีทีน (L-Carnitine) ซึ่งออกฤทธิ์สลายไขมันส่วนเกินโดยเร่งการเผาผลาญเซลล์ไขมัน ส่วนเกินใต้ผิว ขณะทาควรนวดให้ผิวรู้สึกอุ่น ๆ ร่วมด้วยเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือด บริเวณผิว ทำให้เพิ่มกระบวนการขจัดไขมันส่วนเกินได้ง่ายขึ้น...แต่หากต้องการให้ผิวเรียบ ได้เร็วขึ้น เทคโนโลยีสมัยใหม่ก็ช่วยได้ คือการนวดด้วยเครื่องเอนเดอร์โมโลยี (Endermo logie) มีลักษณะเป็นลูกกลิ้ง ตรงกลางมีระบบสุญญากาศดูดผิวเปลือกส้มเข้ามา ทำให้ เกิดการทำลายพังผืดก่อน ไขมันจึงกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ ผิวจึงเรียบเนียนขึ้นได้ แต่บางท่านที่เคยลองเครื่องเอนเดอร์โมโลยีแล้วรู้สึกไม่สบายเพราะเจ็บหรือมีรอยช้ำ ได้ง่าย อาจเลือกเทคโนโลยีที่ใหม่กว่านั้น คือเครื่องไตรแอคทีฟ (Triactive) ซึ่งมีหัวนวด ด้วยระบบสุญญากาศคล้ายกับเครื่องเอนเดอร์โมโลยี แต่ค่อนข้างละมุนละไมกว่า เรียกว่านอนหลับได้ในขณะทำ นอกจากนี้ยังมีระบบเลเซอร์บริเวณหัวนวด ช่วยทำให้ผิว ตึงกระชับได้เร็วขึ้นอีกด้วย การนวดด้วยเครื่องเอนเดอร์โมโลยีหรือไตรแอคทีฟให้เห็นผล ควรทำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้งในช่วงเดือนแรก และลดเหลือเพียงสัปดาห์ละครั้ง ในช่วงถัดไป ควรทำติดต่อกัน 10 - 20 ครั้งโดยประมาณ แล้วคุณจะรู้ว่าปัญหาเซลลูไลท์ แก้ไขได้ไม่ยากอย่างที่คิด

 


 

ติดต่อสอบถาม และรับบริการได้ที่....

สกรีนดอร์ คลินิค (SKEYNDOR CLINIC) ***บริหารงานโดย นพ.โกสินทร์ แจ่มเพ็ชรรัตน์
หาดใหญ่
1. สกรีนดอร์ คลินิค (แผนที่)
68 ถนนจุติอุทิศ ต.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
  โทร. 074-237-355 (3 สายอัตโนมัติ)
2. ซี เวลเนส คลินิค(แผนที่)
55/3 ห้างไดอาน่าดีพาร์ตเม้นท์สโตร์ ชั้น 4 หลังน้ำตก
ถ.ศรีภูวนารถ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
  โทร. 074-236-379 (3 สายอัตโนมัติ)

กรุงเทพฯ
สกรีนดอร์ คลินิค

1. สาขาสาทร ชั้น 1 ตึก คิว เฮ้าว์ ลุมพีนี  ถนนสาทร  เขตทุ่งมหาเมฆ กรุงเทพฯ  โทร. 0-2677-7597-8 (แผนที่)
2. สาขาเหม่งจ๋าย 518/16 ซ.รามคำแหง 39 (เทพลีลา1) แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ (แผนที่)
    โทร. 0-2158-9391-2



 




 
 

 


Home    |    V.D.O.    |    News    |    Webboard    |    Contact

Copyright © 2009 | thailand-makeover.com . All rights reserved.