BOTOX
 
 
ข้อมูลและอ้างอิงจากนิตยสาร ปฏิบัติการแปลงโฉม เล่ม 2 โดย นพ.โกสินทร์ แจ่มเพ็ชรรัตน์
 
หลายท่านที่เคยได้ยินเรื่องการฉีดโบท็อกซ์เพื่อกำจัดริ้วรอยที่ไม่พึงปรารถนา แต่ยังกลัวๆกล้าๆ เรื่องความปลอดภัย มีคำตอบครับ
คำถาม
ดิฉันเห็นคุณแม่ไปฉีดโบท็อกซ์ที่คลินิกมาค่ะ รอยตีนกา รอยย่น หน้าผาก หายไปหมดและดูสาวขึ้นเยอะ แต่ส่วนตัวยังไม่กล้าฉีดค่ะ ปลอดภัยแค่ไหนคะ
คำตอบ
โบท็อกซ์ (Botox) เป็นโปรตีนบริสุทธิ์ สกัดได้จากเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อที่หดเกร็งมากเกินไป จึงแก้ริ้วรอยที่เกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อ เช่นรอยย่นหน้าผาก รอยตีนกา รอยย่นบริเวณหัวคิ้ว อย่างได้ผล โบท็อกซ์ มีผลการวิจัยมากมายถึงความปลอดภัยจากการฉีดโปรตีนชนิดนี้เข้าไปในร่างกายว่าไม่ทำให้เกิดอาการแพ้หรืออันตรายที่น่ากลัว มีใช้กันมานานนับ 10 ปี แต่ต้องฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพราะอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น หนังตาตก ใบหน้าแลดูแข็งเกินไป ริ้วรอยบริเวณใบหน้าสองด้านแลดูไม่สมดุลกัน รอยเขียวช้ำบริเวณที่ฉีด และอีกมากมาย การฉีดโบท็อกซ์จึงเป็นเสมือนงานศิลปะ แพทย์แต่ละท่านจะมีเทคนิคการฉีดปรับแต่งรูปหน้าด้วยโบท็อกซ์ไม่เหมือนกันครับ

คำถาม
การฉีดแต่ละครั้งอยู่ได้นานแค่ไหนคะ แล้วถ้าหยุดฉีดจะเหี่ยวกว่าเดิมหรือเปล่าค่ะ
คำตอบ
การฉีดโบท็อกซ์เพื่อแก้ริ้วรอยจะเริ่มเห็นผลหลังฉีดหนึ่งสัปดาห์ และคงอยู่ได้นาน 4 เดือนโดยประมาณจากนั้นริ้วรอยจะค่อยๆกลับมาปรากฏให้เห็นใหม่ หากต้องการฉีดอีกก็สามารถทำได้ แต่ไม่ควรฉีดบ่อย ควรทิ้งช่วงห่างอย่างน้อย 3 เดือน ไม่เช่นนั้นอาจส่งผลให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานทำให้ฉีดแล้วไม่ได้ผล การฉีดในครั้งหลังๆเช่น ครั้งที่2 ,3 จะออกฤทธิ์คลายกล้าเนื้อได้นานขึ้น เพราะกล้ามเนื้อถูกทำให้พักนานขึ้น อาจอยู่ได้นาน 4-5 เดือน บางรายอาจถึง 6-7 เดือนก็มีครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การใช้กล้ามเนื้อแสดงสีหน้าของแต่ละคน ใครที่มีกล้ามเนื้อแข็งแรงหรือมีอุปนิสัยเผลอแสดงสีหน้า เช่น ขมวดคิ้ว เลิกหน้าผากโดยไม่รู้ตัวบ่อยครั้ง ริ้วรอยก็จะกลับมาปรากฏให้เห็นได้เร็วขึ้น

คำถาม

ได้ยินว่ามีโบท็อกซ์แท้ โบท็อกซ์ปลอม ด้วยหรือคะ จะทราบได้อย่างไร
คำตอบ
โบท็อกซ์ไม่เหมือนแผ่นซีดีที่มีของแท้ของปลอมครับแต่ปัจจุบันเริ่มมีหลายประเทศที่ผลิตโปรตีนบริสุทธิ์จากเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ได้เช่นกัน จากอังกฤษมีชื่อว่า “Dysport” จากจีนมีชื่อว่า “Chaina BTX” สามารถนำมาฉีดแก้ริ้วรอยได้ใกล้เคียงกับ “Botox” สูตรต้นตำรับจากอเมริกา หากต้องการฉีดโบท็อกซ์ ขอแนะนำว่าควรฉีดโบท็อกซ์สูตรต้นตำรับจากอเมริกาจะสบายใจกว่า แม้ว่าราคาอาจจะสูงกว่าของอังกฤษหรือของจีนสักหน่อย แต่สามารถมั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่จะได้รับ เนื่องจากมีผลการวิจัยมานานและเป็นที่ยอมรับของแพทย์ทั่วโลก ก่อนฉีดหากต้องการทราบว่าโบท็อกซ์ของแท้จากอเมริกาหรือไม่ ควรถามคุณหมอก่อนฉีด หรือลองสังเกตข้างขวดดูสิครับ ขวดจะมีฉลากสีม่วง ระบุข้างขวดชัดเจนว่า “Botox  
เพียงเท่านี้คุณก็สามารถหล่อสวยด้วยโบท็อกซ์สูตรต้นตำรับได้อย่างมั่นใจ


คำถาม

เห็นเพื่อนไปฉีดโบท็อกซ์มา  หน้าตึงดีจังค่ะ รู้สึกสนใจอยากทำบ้าง แต่ไม่กล้า เพราะเคยได้ยินว่าถ้าฉีดบ่อยๆ อาจทำให้กล้ามเนื้อตายได้ จริงไหมคะ?
คำตอบ
โบท็อกซ์เป็นโปรตีนบริสุทธิ์ที่สกัดได้จากเชื้อของแบคทีเรียชนิดหนึ่งออกฤทธิ์คลายกล้าเนื้อที่หดเกร็งตัว เมื่อนำมาฉีดเข้าไปที่กล้ามเนื้อจึงช่วยลดริ้วรอยที่เกิดการที่กล้ามเนื้อหดตัวมากเกินไป เช่น รอยตีนกา รอยย่นบริเวณหน้าผาก รอยย่อนจากการขมวดคิ้ว เห็นผลทันใจ เพียง 1 สัปดาห์ ริ้วรอยก็จะจางหายไปในพริบตาโดยคนรอบข้างหรือตัวเราเองสังเกตได้อย่างชัดเจน การฉีดแต่ละครั้งจะอยู่ได้ประมาณ 4 เดือน จากนั้นค่อยๆหมดฤทธิ์ไป ทำให้ริ้วรอยปรากฏให้เห็นใหม่เหมือนเดิม (ไม่ได้แย่หรือแก่กว่าเดิม) เว้นแต่เสียแต่ว่าหากมีการฉีดต่อเนื่อง เช่น พอหมดฤทธิ์ของโบท็อกซ์แล้วก็ฉีดใหม่อีก พบว่าการฉีดในครั้งหลังๆอาจทำให้โบท็อกซ์ออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อได้นานขึ้น อาจเป็น 5-6 เดือน หรือบางรายอาจอยู่ได้นานถึง 7-8 เดือนก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลภูมิต้านทานภายในร่างกายด้วย การฉีดในระยะหลังๆแล้วทำให้โบท็อกซ์ออกฤทธิ์ได้นานขึ้น เพราะมีการคลายกล้ามเนื้อหรือยืดกล้ามเนื้อเป็นเวลานานๆ ทำให้กล้ามเนื้อกลับมาหดเกร็งตัวเหมือนเดิมได้ากและต้องใช้เวลานานขึ้น แต่ไม่มีผลทำให้กล้ามเนื้อตาย เป็นอัมพาต เหมือนที่เข้าใจ ฟังดูแล้วการฉีดในครั้งหลังๆ น่าจะคุ้มกว่า เพราะออกฤทธิ์ได้นาน แต่ขอเตือนว่าไม่ควรฉีดถี่หรือเร็วกว่า 3 เดือน เพราะอาจทำให้ร่างกายเกิดภูมิต้านทานกับโบท็อกซ์เมื่อฉีดเข้าไปก็จะถูกทำลาย ทำให้ไม่ได้ผล หรือออกฤทธิ์เพียงช่วงสั้นๆ ริ้วรอยก็จะกลับมาได้ใหม่อีก





คำถาม

ทำไมบางคนฉีดโบท็อกซ์แล้วริ้วรอยหายไปเยอะมาก แต่บางคนไม่บอกก็รู้นะคะว่าไปฉีดมา เพราะรู้สึกว่าไม่แตกต่างจากเดิมก็ยังเห็นริ้วรอยอยู่ดี แสดงว่ากล้ามเนื้อเริ่มตายหรือเปล่าคะ
คำตอบ
ไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้อตายครับ แต่การฉีดโบท็อกซ์แล้วริ้วรอยหายไปมากน้อยไม่เท่ากันเกิดจากหลายสาเหตุ พอแบ่งได้เป็น 2 ส่วน คือ
1.วิธีการฉีด
-ใช้ปริมาณโบท็อกซ์ที่ฉีดไม่เท่ากัน โดยนับเป็นยูนิต คนที่มีปัญหาริ้วรอยเป็น ร่องลึกจำนวนมากจำเป็นต้องฉีดโบท็อกซ์จำนวนยูนิตมากกว่าคนที่มีปัญหาริ้วรอยเล็กน้อย
-ตำแหน่งที่ฉีดอาจไม่ตรงกับบริเวณกล้ามเนื้อหดเกร็งตัว หลังฉีดจึงไม่เห็นผลชัดเจน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแพทย์ซึ่งเป็นผู้ฉีดให้ ความสดใหม่ของสารโบท็อกซ์หลังเปิดขวดผสมกับน้ำเกลือก่อนนำมาฉีดให้
ปกติแล้วโบท็อกซ์จะเป็นผง ต้องผสมกับน้ำเกลือก่อนฉีด สารโบท็อกซ์จะมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อผสมใหม่ๆ และค่อยๆลดประสิทธิภาพลงตามระยะเวลาที่ผ่านไป หลังผสมควรใช้ให้หมดภายใน 1 สัปดาห์ เพราะหากทิ้งไว้ประสิทธิภาพจะลดลงเรื่อยๆ จนฉีดแล้วอาจไม่ได้ผล
2.การดูแลหลังฉีด การสัมผัสกับความร้อนด้วยวิธีต่างๆ เช่น อบไอน้ำ ซาวน่า ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นหรือดรายร์เป่าผม ร้อนๆ บริเวณใบหน้า ล้วนมีผลทำให้โบท็อกซ์ถูกทำลายได้ง่ายขึ้นและหมดฤทธิ์เร็วก่อนระยะเวลาที่ควรเป็น ทำให้สวยไม่ทนแถมยังเปลืองสตุ้งสตางค์โดยไม่รู้ตัว


คำถาม
มีปัญหาริ้วรอยรอบดวงตาค่ะ ยิ่งมากขึ้นตามอายุ เคยได้ยินว่าฉีดโบท็อกซ์ช่วยได้ แต่ไม่กล้าทำเพราะผลข้างเคียง พอมีวิธีอื่นช่วยได้ไหมคะ
คำตอบ
ริ้วรอยรอบดวงตาเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่มีปัญหาผิวแห้งร่วมกับการรบกวนผิวรอบดวงตา เช่น การขยี้ตา หรือการใช้กล้ามเนื้อรอบดวงตามากกว่าปกติ การฉีดโบท็อกซ์ซึ่งเป็นโปรตีนที่ได้จากแบคทีเรียชนิดหนึ่ง สามารถออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อและทำให้ผิวตึงกระชับได้ โดยการฉีดแต่ละครั้งจะออกฤทธิ์ได้นาน 4-5 เดือนโดยประมาณ เมื่อหมดฤทธิ์ริ้วรอยรอบดวงตาก็จะค่อยๆกลับมาให้เห็น จึ่งต้อง
ฉีดซ้ำใหม่เป็นระยะๆ แต่หากกลัวการฉีด อีกทางเลือกที่น่าสนใจคือการใช้ครีมบำรุงรอบดวงตาที่มีส่วนผสมของสารจำพวกโพลีเป็ปไทด์อย่าง N-Acetyl-hexapeptide 3
หรืออีกชื่อหนึ่งคือ อาร์เจอริลิน ซึ่งมีคุณสมบัติคลายกล้ามเนื้อที่หดเกร็งตัวได้คล้ายกับการฉีดโบท็อกซ์ มีรายงานว่าสามารถริ้วรอยได้ 30% ภายใน 30 วัน หากเปรียบเทียบกับการฉีดโบท็อกซ์แล้ว ผลที่ได้รับไม่เต็มร้อยเหมือนการฉีดโบท็อกซ์ แต่เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กลัวการฉีด หรือสามารถใช้ร่วมกับการฉีดโบท็อกซ์ เพื่อให้ผลการลดริ้วรอยที่ดียิ่งขึ้น

คำถาม
เป็นคนผอม มีปัญหาแก้มตอบ พออายุมากขึ้นยิ่งมองเห็นชัดเจนขึ้น มีวิธีแก้ปัญหาอย่างไรคะ
คำตอบ
คนเราพออายุมากขึ้นผิวจะบางลง รวมทั้งไขมันใต้ผิวหนังก็จะลดน้อยลงไปด้วย สังเกตว่าผู้สูงอายุจะรู้สึกหนาวสั่นได้ง่ายกว่าหนุ่มสาว จึงไม่แน่แปลกใจว่าทำไมพออายุมากขึ้น ใครที่มีผิวหนังมากส่วนน้อยเป็นทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งลดน้อยลงไปอีก เหมือนปัญหาแก้มตอบที่กล่าวถึงนั่นแหละ เมื่ออายุมากขึ้นไขมันใต้ผิวหนังน้อยลง จึงทำให้แก้มยิ่งดูตอบมากขึ้นกว่าเดิม หากลองรับประทานมากขึ้นแล้ว เพื่อจะได้อ้วนมีไขมันมาพอกพูนบริเวณแก้มที่หายไป แต่ไม่ได้ผล ปัจจุบันยังมีวิธีแก้ง่ายๆ ด้วยการฉีดสารจำพวกกรดไฮยาลูโรนิกสังเคราะห์ หรือสารจำพวกโพลีอะคริลลาไมด์สังเคราะห์เข้าไปเสริมในส่วนที่ขาดหายไป ปัญหาแก้มตอบก็จะหายไปทันที ข้อดีของสารทั้งสองชนิดคือ ปลอดภัย ไม่ไหลย้อน และร่างกายสามารถขจัดออกไปได้ตามเวลาที่กำหนด โดยกรดไฮยาลูโรนิกสามารถอยู่ได้นานหนึ่งปี ขณะที่โพลีอะคริลลาไมด์มีให้เลือกชนิดหนึ่งปี สามปี ห้าปี ตามลำดับ อีกวิธีที่มักกล่าวถึงอยู่บ่อยครั้งคือ การดูดไขมันส่วนเกินบริเวณอื่นฉีดเข้าไปเสริมบริเวณแก้ม ข้อดีคือเป็นไขมันของตัวเราเอง อยู่ได้ถาวร แต่หลังฉีดไขมันเสริมเข้าไปจะได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ในช่วงแรก ต่อมาเซลล์ไขมันดังกล่าวจะค่อยๆตายไป และคงเหลือเพียง 30 % เท่านั้น จากประสบการณ์ส่วนตัวไม่ขอแนะนำ เพราะมักเหลือเป็นก้อนตะปุ่มตะป่ำคล้ายก้อนเซลลูไลท์ แลดูไม่งาม
นี่แหละสารพันปัญหาผิวเสื่อมจากวัยที่เทคโนโลยีสมัยใหม่ช่วยแก้ไขได้อย่างสบาย

คำถาม
แฟนผมเคยไปฉีดโบท็อกซ์ที่หน้าผากมา กลับได้ผลดี หน้าผากตึงเชียวครับ แต่คิ้วจะดูดุกว่าเดิมสักหน่อย เป็นเพราะอะไรครับ
คำตอบ 
การฉีดโบท็อกซ์แก้รอยย่นที่หน้าผากเป็นตำแหน่งที่ฉีดได้ง่ายมาก โดยไม่ค่อยพบภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตราย นอกจากแก้ริ้วรอยได้แล้วยังสามารถแต่งคิ้วให้มีรูปต่างๆได้อีกด้วย เช่นเป็นเส้นตรง โค้ง หรือให้ปลายคิ้วชี้ขึ้นก็แต่งได้ทั้งสิ้นครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับเทคนิคของการฉีดที่แตกต่างกันออกไป จึงใช้แก้ปัญหาคิ้วตกให้ยกให้ชี้ ดูคมขึ้นได้ทั้งนั้น หากคิดว่าคิ้วชี้มากไปก็ยังแก้ไขให้ชี้น้อยลงได้อีก เพราะการฉีดโบท็อกซ์เป็นการเล่นกับกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า คราวนี้อยากมีคิ้วชี้ดุ คราวหน้าค่อยมาทำให้คิ้วโค้งเป็นธรรมชาติ ทำได้ทั้งนั้นแหละครับ

คำถาม
หากเป็นวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัดหรือฉีดอะไรเข้าไป มีไหมคะ
คำตอบ
ในกรณีเช่นนี้ไม่จำเป็นต้องแก้ไขด้วยการผ่าตัด นอกจากการฉีดแก้ไขในตำแหน่งที่เป็นรอยบุ๋ม รอยร่อง ให้เต็มสม่ำเสมอด้วยสารสังเคราะห์ที่เลียนแบบธรรมชาติแล้ว อาจใช้วิธีสลายพังผืดที่พันบริเวณรอบก้อนไขมันที่ฉีดเข้าไปก็ได้ ทำให้ก้อนแข็งๆ บริเวณดังกล่าวอ่อนตัวลง ไขมันสามารถกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอคล้ายๆกับการสลายก้อนเซลลูไลท์บริเวณลำตัวนั่นเอง โดยใช้เครื่อง RF ซึ่งผลิตคลื่นวิทยุ (RF=Radio Frequency) ทำให้เกิดความร้อนในผิวชั้นลึกเป็นวงกว้าง นวดกระชับทั่วใบหน้าซึ่งนอกจากจะช่วยสลายพังผืดที่มีอยู่เดิม ทำให้ไขมันกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอแล้วยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและทำให้ผิวตึงกระชับ ลดการหย่อนคล้อยได้อีกทางหนึ่ง แต่ควรทำโดยผู้ที่มีความชำนาญเพียงพอ เพราะมีรายงานผลแทรกซ้อนในบางรายว่าหากปล่อยพลังงานสูงเกินไปอาจทำให้ไขมันใต้ผิวหนังถูกทำลาย (Fat Atrophy) เกิดปัญหาแก้มตอบตามมา (พบได้แม้ไม่บ่อยนัก)นอกจากเครื่อง RF แล้ว อีกชนิดหนึ่งที่ช่วยสลายพังผืดและทำให้ผิวกระชับคือ ไดโอทเลเซอร์ (Diode Laser) ซึ่งปัจจุบันมีการผสมผสานเลเซอร์ชนิดนี้ร่วมกับระบบการนวดไว้ด้วยกัน ผลิตขึ้นมาเพื่อใช้สลายก้อนเซลลูไลท์และทำให้ผิวหน้าและลำตัวตึงกระชับโดยเฉพาะ เรียกว่าเครื่องไตรแอคทีฟ(Triactive) เป็นเครื่องมือทางการแพทย์จากอิตาลี ไม่พบอาการแทรกซ้อนที่กล่าวถึงเหมือน RF ไม่เจ็บ ขณะทำยังนอนหลับได้อย่างสบาย ......




 


คำถาม
ดิฉันได้ยินจากเพื่อนว่าโบท็อกซ์มีส่วนผสมของสารสกัดที่ได้จากเซลล์หมู ทำให้ชาวมุสลิมกลัวไม่กล้าฉีด และประกาศห้ามใช้ในประเทศมาเลเซีย จริงหรือคะ
คำตอบ
กระแสข่าวของโบท็อกซ์ว่ามีส่วนผสมของสารที่ได้จากเซลล์หมูสร้างความตื่นตระหนก จนมีการสั่งห้ามชาวมุสลิมในประเทศมาเลเซียไม่ให้ใช้โบท็อกซ์นั้นเกิดขึ้นจริงครับ แต่ข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นอย่างที่กล่าวถึง เพราะโบท็อกซ์เป็นโปรตีนที่ได้จากท็อกซินของแบคทีเรียชนิดหนึ่งชื่อ Clostridium Botulinum Type A เมื่อนำโปรตีนชนิดนี้มาฉีดเข้าในกล้ามเนื้อจะทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว จึงนำมาใช้แก้ริ้วรอยที่เกิดจากการหดเกร็งตัวของกล้ามเนื้อมากเกินไป อย่างรอยย่นที่หน้าผาก รอยตีนกา รอยย่นหัวคิ้วได้ โดยขณะที่เพาะเลี้ยงเจ้าเชื้อนี้ต้องอาศัยเอนไซม์ที่สกัดจากน้ำนมหมู เป็นส่วนหนึ่งในหารเพาะเชื้อให้เติบโต โดยไม่ได้มีเซลล์ของหมูมาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด และในขั้นตอนสุดท้ายที่แยกเอาเฉพาะส่วนโปรตีนที่ได้จากท็อกซินของเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ ก็ไม่มีเอนไซด์ที่สกัดจากน้ำนมหมูปนเปื้อนมาด้วย จึงมั่นใจได้เต็มร้อยว่าโบท็อกซ์ไม่มีส่วนผสมของสารสกัดที่ได้จากเซลล์หมูเหมือนที่กล่าวถึง กระบวนการผลิตโบท็อกซ์ที่ได้จากเชื้อแบคทีเรียคล้ายคลึงกับการผลิตยาบางชนิดอย่างเซฟาโลสปอริน (Cephalosporin) ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่สกัดได้จากเชื้อรา หรือแอมโฟเธอริซิน (Amphothericin) ยาฆ่าเชื้อราที่สกัดได้จากเชื้อแบคทีเรียนั่นเอง

คำถาม
ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่สนใจอยากฉีดโบท็อกซ์ เพราะเห็นเพื่อนไปฉีดมาใบหน้าดูตึงดีค่ะ ทราบว่าโบท็อกซ์มีหลายชนิด ของแท้ ไม่แท้ จะทราบได้อย่างไรคะ ให้ผลต่างกันหรือไม่
คำตอบ
โบท็อกซ์ไม่เหมือนแผ่นซีดีที่จะบอกว่าเป็นของแท้หรือของก็อปปี้ เพียงแต่ว่าโบท็อกซ์เป็นชื่อการค้า โดยในขวดโบท็อกซ์เองจะเป็นผงแห้งๆของโปรตีนที่ได้จากท็อกซินของเชื้อแบคทีเรีย Botulinum Type A
ในยุคแรกๆเรามีโบท็อกซ์ใช้เพียงยี่ห้อเดียว แต่ปัจจุบันได้รับความนิยมมากขึ้น จึงเกิดการผลิตแข่งขันกันมากขึ้น มีให้เลือกหลายยี่ห้อเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ทั้งของประเทศอังกฤษ หรืออย่างประเทศจีน ยอดนักก็อปปี้ก็มีแล้วเหมือนกัน ขณะที่โบท็อกซ์ต้นตำรับเป็นของอเมริกา มีการใช้มานานกว่า 15 ปี กว่า 75 ประเทศทั่วโลก หากต้องการรู้ว่าโบท็อกซ์ที่คุณหมอฉีดให้นั้นเป็นโบท็อกซ์ต้นตำรับของจริง คงต้องสังเกตขวดสักหน่อย ขวดมีฉลากออกสีม่วงๆและระบุบนฉลากชัดเจนว่า Botox หรืออาจซักถามจากคุณหมอโดยตรงก็ได้ว่าเป็นของอเมริกาหรือไม่ เพราะหากเป็นโบท็อกซ์จริง ราคาค่าฉีดมักสูงกว่ายี่ห้ออื่นๆเนื่องจากต้นทุนที่สูงกว่าและมั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่จะได้รับ แพงกว่าสักนิด แต่เห็นผลและปลอดภัย เป็นเหตุผลที่น่าตัดสินใจเลือกมากกว่า


คำถาม
ผมเป็นคนที่มีรอยย่นบริเวณหน้าผาก รอยตีนกา เยอะมากครับ เพื่อนแซวบ่อย แฟนผมเลยให้ลองไปฉีดโบท็อกซ์เมื่อหลายเดือนก่อน แต่ทำไมกับไม่ได้ผลเท่าที่ควรครับ
คำตอบ
โบท็อกซ์เป็นโปรตีนที่สกัดได้จากแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อที่หดเกร็งตัวมากเกินไป จึงสามารถนำมาแก้ปัญหาริ้วรอยที่เกิดจากรอยย่นบริเวณหัวคิ้ว เริ่มเห็นผลหลังฉีดหนึ่งสัปดาห์โดยประมาณ จากนั้นร่างกายจะค่อยๆกำจัดออกไปจนหมด กล้ามเนื้อที่เคยทำให้คลายตัวก็จะค่อยๆกลับมาหดเกร็งตัวได้เหมือนเดิม จึงปรากฏริ้วรอยกลับมาได้ใหม่หลังฉีด 4 เดือนโดยประมาณ จะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและภูมิต้านทานภายในร่างกายของแต่ละคนที่กำจัดออกไปได้เร็วหรือช้าต่างกัน กรณีฉีดแล้วไม่ได้ผลพบได้บ่อยครับกับหลายปัจจัย เช่น

  1. ฉีดผิดตำแหน่ง
  2. ฉีดถูกตำแหน่งแต่ปริมาณที่ฉีด (ยูนิตของโบท็อกซ์) น้อยเกินไปเมื่อเทียบกับปริมาณริ้วรอยที่มีอยู่เดิม

ทำให้โบท็อกซ์ออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อได้แต่ไม่เพียงพอที่จะทำให้ริ้วรอยหายไปได้อย่างชัดเจน
สารที่คุณหมอฉีดให้ควรมั่นใจว่าเป็นโบท็อกซ์ของแท้ครับ เพราะปัจจุบันมีบริษัทผู้ผลิตหลายแห่งผลิตโปรตีนจากแบคทีเรียเช่นเดียวกับโบท็อกซ์ มีทั้งในประเทศยุโรป จีน แต่พบว่าประสิทธิภาพและความบริสุทธิ์ยังเทียบเท่ากับโบท็อกซ์ของอเมริกาของแท้ไม่ได้ครับ
การฉีดโบท็อกซ์จึงควรฉีดกับคุณหมอที่มีประสบการณ์และสามารถซักถามได้ว่าเป็นโบท็อกซ์ของแท้จริงๆ

คำถาม
ริ้วรอยริมฝีปากก็มีครับ ไม่ทราบจะทำอย่างไรดี
คำตอบ
ริ้วรอยบนริมฝีปากก็สามารถแก้ไขได้ด้วยโบท็อกซ์ แต่คนทั่วไปมักไม่ทราบเพราะคิดว่าโบท็อกซ์แก้ไขได้เฉพาะรอยย่นหัวคิ้ว หน้าผาก และรอยตีนกาเท่านั้น เนื่องจากริ้วรอยรอบริมฝีปากเกิดจากการหดเกร็งตัวของกล้ามเนื้อรอบช่องปากเช่นกัน มักพบได้บ่อยในคนที่สูบบุหรี่จัดหรือชอบทำปากจู๋จนติดเป็นนิสัย การฉีดโบท็อกซ์ในบริเวณนี้จะฉีดเข้าไปในตำแหน่งที่เป็นลอนของกล้ามเนื้อรอบช่องปาก โดยใช้ปริมาณหรือยูนิตของโบท็อกซ์ไม่มากนัก เพราะหากฉีดมากเกินไป แม้จะทำให้ริ้วรอยรอบช่องปากหายไปได้จริง แต่จะเกิดปัญหาการดูดน้ำไม่ได้ กล้ามเนื้อรอบช่องปากเสมือนหูรูด เมื่อหูรูดหย่อน แรงดูดก็น้อย นอกจากนี้ยังทำให้น้ำลายไหลย้อยออกมาจากช่องปากได้อีกด้วย การฉีดในตำแหน่งนี้จึงต้องระมัดระวังมากกว่าการฉีดแก้ริ้วรอยทั่วไป







  นับวันจะมีวิวัฒนาการสมัยใหม่มาช่วยแก้ปัญหาหรือจุดบกพร่องบนใบหน้าสามารถแก้ไขได้ง่ายๆ ในพริบตา หนึ่งในนั้นคือการใช้กรดไฮยาลูโรนิกนั่นเอง หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีปัญหาร่องแก้มหรือเบ้าตาลึก แก้มตอบ คางบุ๋ม ไม่มีโหนกแก้ม มีรอยบุ๋มหรือหลุมแผลเป็นบริเวณใบหน้า ใช้เครื่องสำอางมาหลากหลายชนิดแล้วไม่สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ กรดไฮยาลูโรนิกสังเคราะห์สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ให้หายไปในพริบตา
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกับกรดไฮยาลูโรนิกสังเคราะห์กันเสียก่อน เพราะผิวหนังคนเราตามธรรมชาติก็มีกรดชนิดนี้แขวนลอยอยู่ในชั้นหนังแท้เช่นกัน ทำให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้นดูอิ่มเอิบ แต่เมื่ออายุมากขึ้นผิวเสื่อมลง กรดไฮยาลูโรนิกก็ค่อยๆเสื่อสลายไป ทำให้ผิวขาดความนุ่มชุ่มชื้น เห็นร่องริ้วรอยบนผิว กรดชนิดนี้ต่างกับคอลลาเจนที่หลายๆคนรู้จัก เพราะคอลลาเจนเป็นเส้นใยโปรตีนในชั้นหนังแท้ที่ทำให้ผิวตึงแข็งแรงคล้ายกับการขึงเต้นท์ เมื่อเส้นใยคอลลาเจนเสื่อมสลายไปเมื่ออายุมากขึ้นผิวจึงขาดความตึงกระชับ เกิดร่องริ้วรอยปรากฏให้เห็น แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำให้ผิวเนียนนุ่มเหมือนกรดไฮยาลูโรนิก หลายๆท่านคงคุ้นหูกับเรื่องการฉีดคอลลาเจนแก้ริ้วรอย คอลลาเจนสังเคราะห์มักสกัดได้จากหนังแท้ของวัว ขณะฉีดค่อนข้างเจ็บ เพราะมีลักษณะค่อนข้างหนืดข้น ต้องฉีดในส่วนลึกของผิวหนัง เพราะหากฉีดตื้นอาจคลำได้เป็นก้อนแข็งๆไต้ผิว จึงเหมาะสำหรับที่จะใช้ฉีดในผิวชั้นลึก แก้ปัญหาร่องแก้มลึก แก้มตอบ คางบุ๋ม แต่ไม่ควรนำมาฉีดรอบดวงตาซึ่งผิวค่อนข้างบาง เพราะทำให้คลำได้เป็นเม็ดตะปุ่มตะป่ำ ข้อดีของคอลลาเจนสังเคราะห์คือ หลังฉีดอยู่ได้ประมาณ 5 ปี โดยไม่ต้องฉีดซ้ำ แต่หากต้องการแก้ข้อบกพร่องบนใบหน้าให้แลดูเป็นธรรมชาติ นอกจากปัญหาริ้วรอยที่ตื้นขึ้นได้หลังการฉีดแล้วยังทำให้ผิวเนียนนุ่มดูอิ่มเอิบขึ้นอีกด้วย เพราะมีคุณสมบัติอุ้มน้ำสูงมากถึงพันเท่า มิหนำซ้ำขณะฉีดเจ็บน้อยกว่าการฉีดคอลลาเจนสังเคราะห์ กรดไฮยาลูโรนิกสังเคราะห์คือทางเลือกที่น่าสนใจ แม้ว่าหลังฉีดจะอยู่ได้ไม่นานเหมือนคอลลาเจน คือ 6-12 เดือนโดยประมาณ แต่ผลที่ได้รับก็จัดว่าเกินคุ้ม
การฉีดกรมไฮยาลูโรนิกสังเคราะห์เข้าไปในผิวไม่ใช่เรื่องใหม่ของแพทย์ผิวหนังมีการใช้อย่างแพร่หลายในประเทศทั่วโลกนานนับสิบปี แต่มีวิวัฒนาการใหม่ๆเกิดขึ้นเรื่อยๆจนถึงปัจจุบัน ในท้องตลาดมีให้เลือกใช้หลายชนิด มีชื่อทางการค้าต่างกันเช่น Restylane , Esthelis ,Hylaform โดย Restylane และ Esthelis เป็นกรดไฮยาลูโรนิกที่สกัดได้จากเชื้อแบคทีเรียขณะที่ Hylaform สงัดได้จากหงอนไก่ตัวผู้ แพทย์จะมีความพึงพอใจในการใช้กรดไฮยาลูโรนิกสังเคราะห์แตกต่างกัน
....


ติดต่อสอบถาม และรับบริการได้ที่....

สกรีนดอร์ คลินิค (SKEYNDOR CLINIC) ***บริหารงานโดย นพ.โกสินทร์ แจ่มเพ็ชรรัตน์
หาดใหญ่
1. สกรีนดอร์ คลินิค (แผนที่)
68 ถนนจุติอุทิศ ต.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
  โทร. 074-237-355 (3 สายอัตโนมัติ)
2. ซี เวลเนส คลินิค(แผนที่)
55/3 ห้างไดอาน่าดีพาร์ตเม้นท์สโตร์ ชั้น 4 หลังน้ำตก
ถ.ศรีภูวนารถ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
  โทร. 074-236-379 (3 สายอัตโนมัติ)

กรุงเทพฯ
สกรีนดอร์ คลินิค

1. สาขาสาทร ชั้น 1 ตึก คิว เฮ้าว์ ลุมพีนี  ถนนสาทร  เขตทุ่งมหาเมฆ กรุงเทพฯ  โทร. 0-2677-7597-8 (แผนที่)
2. สาขาเหม่งจ๋าย 518/16 ซ.รามคำแหง 39 (เทพลีลา1) แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ (แผนที่)
    โทร. 0-2158-9391-2

 

 


Home    |    V.D.O.    |    News    |    Webboard    |    Contact

Copyright © 2009 | thailand-makeover.com . All rights reserved.