หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องการทำ “เมโซเทอราปี” เพื่อให้ผิวหน้าใส
รูปร่างสวยกันมาบ้างแล้ว แต่เห็นทีคราวนี้กำลังจะตกเทรนด์ เพราะมีเทคนิค
ใหม่ที่กำลังเป็นที่น่าสนใจมากกว่า!
เคยไปฉีดเมโซที่ใบหน้ามา ผิวหน้าใสประมาณ 2-3 สัปดาห์
ก็กลับมาเหมือนเดิม ทราบว่าปัจจุบันมีวิธีใหม่ที่ไม่ต้องเจ็บตัว
อีกแล้ว เป็นอย่างไร
ต้องชื่นชมว่าเป็นคนที่ติดตามข่าวสารได้รวดเร็วจริง ๆ เมโซเทอราปีเป็นการ
ฉีดสารหรือวิตามินบางชนิดเข้าไปในชั้นเมโซเดิร์มโดยตรง เช่น ผิวหนังชั้นหนังแท้
หรือไขมันใต้ผิวหนัง เป็นต้น ทำให้ได้รับสารอาหารหรือวิตามินที่ต้องการโดยตรง
ไม่ต้องเสียเวลาในการดูดซึมและออกฤทธิ์ได้ทันที ถูกนำมาใช้ในหลายกรณี เช่น
ทำให้ใบหน้าขาวใสโดยฉีดวิตามินซีหรือไวเทนนิ่งเข้าไปในผิว ทำให้รูปร่างสวยเพรียว
โดยฉีดสารที่ออกฤทธิ์สลายไขมันส่วนเกิน ทำให้ใบหน้าตึงกระชับโดยฉีดโบท็อกซ์
เข้าไป วิธีการคือ ผสมสารที่ต้องการฉีดเข้าไปในหลอดฉีดยาที่มีปลายเข็มติดอยู่ส่วน
ปลายแล้ววางบนปืนเมโซซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีด้ามจับ ปลายปืนมีระบบปลดปล่อยยา
เข้าผิวเป็นจังหวะ ๆ ในเวลาสั้น ๆ ต่างกับการฉีดยาบนผิวทั่วไป ต้องฉีดเข้าไปในผิว
ให้ทั่วนับร้อย ๆ จุดเป็นจังหวะ ๆ แล้วแต่ว่าจะฉีดบริเวณใบหน้าหรือรอบหน้าท้อง มีจุด
เลือดออกเล็ก ๆ ตามปลายเข็มได้บ้างไม่มากนัก เพราะเข็มเล็กและคมมาก...
ปัจจุบันมีวิธีใหม่ครับ โดยไม่ต้องเจ็บตัว เรียกว่า “เมโซเทอราปีแบบไม่ต้อง
ใช้เข็ม” (Needle-Free Mesotherapy) เป็นเครื่องมือที่มีการปล่อยกระแสไฟฟ้าโวลต์สูง
ในช่วงเวลาสั้น ๆ เปิดผิวเพื่อเปลี่ยนแปลงผิวชั่วขณะ ทำให้เกิดการนำของสารอาหาร
หรือวิตามินเข้าสู่เซลล์ผิวผ่านทางเยื่อบุเซลล์และช่องว่างระหว่างเซลล์ได้ดีขึ้น ทั้งยังทำให้เกิดการขยายตัวของเส้นเลือดที่มาเลี้ยงบริเวณผิว ทำให้มีออกซิเจนเลี้ยงผิวได้ดีขึ้น
อีกด้วย วิธีนี้ถูกคิดค้นโดย ดร.พรูนิสท์ นักเคมีชื่อดังและได้รับรางวัลโนเบลในปี ค.ศ.
2003
วิธีนี้ต้องทำบ่อยแค่ไหนจึงจะเห็นผล แล้วต่างกับการทำไอออนโตอย่างไร
การทำเมโซเทอราปีโดยไม่พึ่งเข็มนับเป็นทางเลือกใหม่ในปัจจุบัน สามารถ
ทำได้หลายกรณี เช่น ฉีดคอลลาเจน กรดไฮยาลูโรนิก สารให้ความนุ่มชุ่มชื้น เข้าผิว
เพื่อแก้ไขริ้วรอยเหี่ยวย่น (Mesofiller) ฉีดสารละลายไขมันส่วนเกินเข้าผิว (Mesoslim)
หรือยกกระชับใบหน้าและลำตัว (Mesofirmness) ก็ทำได้ทั้งสิ้น ขณะทำไม่รู้สึกเจ็บ แต่จะมีโพลบแนบบนผิวคล้ายการนวดเบา ๆ สามารถเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกหลังทำ
แต่จะชัดเจนหากทำติดต่อกันสัปดาห์ละครั้งอย่างน้อย 3 - 5 ครั้ง วิธีนี้เชื่อว่าบริเวณผิว
หรือตำแหน่งที่เราทำทรีตเม้นท์โดยวางโพลบสัมผัสผิว ะได้รับสารอาหารหรือยาสูงกว่า
การฉีดยาทั่วไปถึง 100 เท่า และดีกว่าการทำไอออนโต ที่ใช้การผลักวิตามินหรือยา
โดยระบบประจุไฟฟ้าเหมือนแม่เหล็กเท่านั้น โดยจะได้รับสารอาหารหรือยาสูงกว่า
การทำไอออนโตถึง 500 เท่าเลยทีเดียว (ผลวิจัยของสถาบัน Roswell Park Center ใ
สหรัฐอเมริกา)...
อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ออกมาเขย่าหัวใจให้คนรักสวยหัวใจพองโตกันอีก
มีข้อสงสัยมากมายกับเทคโนโลยี “หล่อสวยแนวใหม่โดยไม่พึ่งเข็ม” จึงถูกหยิบยกมาพูดคุยกัน
อยากทราบว่าวิธี “Needle-Free Mesotherapy” สามารถใช้กับกรณีใดได้บ้าง
“Needle-Free Mesotherapy” หรือเมโซเทอราปีแบบไม่พึ่งเข็มเป็นเทคนิคการใช้
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าโวลต์สูงในช่วงความยาวคลื่นสั้น ๆ เปิดเซลล์บริเวณเยื่อบุเซลล์
ทำให้มีการไหลผ่านของสารอาหารต่าง ๆ จากภายนอกเซลล์เข้าสู่ภายในเซลล์ได้ดีขึ้น
(Electropermeability) โดยวิธีนี้ถูกค้นพบโดย ดร.พรูนิสท์ ในปี ค.ศ. 2003 และได้รับ
รางวัลโนเบิลในปีเดียวกัน...เทคนิคการเปิดเซลล์โดยใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านี้ ทางการ
แพทย์เรียกว่า “อิเล็กโตรโพเรชั่น” (Elevtroporation) ถูกนำมาใช้ในหลายกรณี เช่น
ผลักสารอาหารและวิตามินเข้าสู่เซลล์ผิวเพื่อแก้ปัญหาผิวแห้ง ริ้วรอย หรือรอยดำ
คล้ำ นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับบริเวณลำตัวได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับชนิดของเครื่องมือที่มีระบบเมโซเทอราปีแบบไม่พึ่งเข็มนี้ว่ามีกำลังสูงมากน้อยเพียงไร เครื่องมือบางชนิด
อาจทำได้เฉพาะบริเวณผิวหน้าเท่านั้น แต่บางเครื่องสามารถทำได้ทั้งบริเวณใบหน้า
และลำตัว สำหรับลำตัวสามารถใช้ลดไขมันส่วนเกิน กระชับสัดส่วน รวมถึงการกระชับ
ทรวงอกได้ทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับสารอาหารหรือสิ่งที่เราต้องการผลักเข้าสู่เซลล์ในบริเวณนั้น ๆ
...นับเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนที่อยากหล่อสวยทางลัดโดยไม่พึ่งเข็มฉีดยา
ขณะทำเจ็บไหม ต้องทำบ่อยแค่ไหนจึงจะเห็นผล
ขณะทำไม่รู้สึกเจ็บเลย อาจรู้สึกอุ่น ๆ บริเวณผิวได้บ้างในบริเวณที่หัวโพลบจาก
ตัวเครื่องสัมผัสกับผิวเพื่อผลักสารอาหาร ยา หรือวิตามินต่าง ๆ ที่เราต้องการเข้าไปยัง
เซลล์ผิว แต่หากยกหัวโพลบออกจากผิวไม่แตะบนผิว กระบวนการเปิดเซลล์ผิวบริเวณ
เยื่อบุเซลล์ก็จะหยุดลงด้วยเช่นกัน ดังนั้นหากต้องการผลักสารอาหาร ยา หรือวิตามิน
ใด ๆ เข้าสู่เซลล์ผิวในบริเวณใด จะต้องให้หัวโพลบจากตัวเครื่องสัมผัสกับผิวแล้วนวด
ให้ทั่วบริเวณนั้นเพื่อครอบคลุมพื้นที่ที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมแก้ริ้วรอย ลดไขมัน
ส่วนเกิน หรือทำให้ผิวหน้าและลำตัวตึงกระชับ ควรทำสัปดาห์ละครั้ง ติดต่อกัน
อย่างน้อย 6 ครั้งจึงเริ่มเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน ผลที่ได้รับนอกจาก
จะเกี่ยวข้องกับเครื่องมือเมโซเทอราปีแบบไม่พึ่งเข็มว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะมีความ
สามารถผลักสารต่าง ๆ เข้าสู่เซลล์ได้มากน้อยไม่เท่ากันแล้ว ยังขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพ
ของสารอาหารหรือวิตามินที่ถูกเลือกใช้อีกด้วยว่าเป็นชนิดใด ซึ่งมีประสิทธิภาพในการ
ออกฤทธิ์ไม่เท่ากัน
ค่าใช้จ่ายแพงไหมคะ
ค่าบริการถูกแพงแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับชนิดของเครื่องมือเมโซเทอราปีแบบ
ไม่พึ่งเข็มและวิตามินหรือสารอาหารที่ถูกนำมาใช้เพื่อผลักเข้าไปในเซลล์ โดยทั่วไป
ประมาณ 1,500 - 2,500 บาทต่อครั้ง
...นี่แหละอีกหนึ่งเทคโนโลยีหล่อสวยโดยไม่ต้อง
พึ่งเข็ม วิวัฒนาการของสารชะลอวัยมีให้ศึกษากันแทบทุกวัน ขอไขปัญหาเรื่องการฉีด
สารชะลอวัยตัวใหม่ในชื่อ “กลูตาไธโอน” ที่หลาย ๆ คนถามถึง
ไปพบแพทย์ที่คลินิกผิวหนังแห่งหนึ่ง พนักงานแนะนำว่าอยากผิวใส
ให้ฉีดกลูตาไธโอน แต่ไม่กล้า คืออะไร มีอันตรายหรือเปล่า
“กลูตาไธโอน” (Glutathione) เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่เกิดจากกรดแอมิโน 3 ชนิด
คือ ซิสทีอีน กรดกลูทามิก และไกลซีน ร่างกายสามารถสร้างได้เองจากสารอาหาร
ที่ได้รับเข้าไปในแต่ละวัน พบมากในบริเวณตับ แต่จะค่อย ๆ ลดลงเมื่ออายุมากขึ้น
กลูตาไธโอนทำให้เกิดพลังงานในระดับเซลล์ จึงช่วยเพิ่มระดับภูมิต้านทานภายใน