วัวัฒนากการ “บำบัดเซลล์ป่วยด้วยเลเซอร์”
เมื่อเราเจ็บป่วยมักนึกถึงยารักษาโรค เมื่อเราชรานึกถึงการฉีดยา เติม เสริม แต่ง หรือเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อกระชากวัยให้ดูอ่อนเยาว์ แต่วันนี้มีทางเลือกใหม่ ไม่ต้องพึ่งยาและเข็มฉีดยาเสียด้วยซ้ำ นั่นคื่อการ “บำบัดเซลล์ด้วยเลเซอร์”
นับว่าเป็นเรื่องใหม่ที่คนไทยเราไม่ค่อยรู้จักกันสักเท่าไหร่ แต่ใครที่ได้ลองบำบัดด้วยวิธีนี้มาบ้างแล้ว คงรู้สึกทึ่งและแปลกในว่าทำไมวิธีนี้สามารถบำบัดได้จริง ในต่างประเทศซึ่งมีใช้กันอย่างแพรีหลาย เลเซอร์ที่กล่าวถึงนี้เป็นเลเซอร์ความเข้มต่ำ “LLLT” (Low Level Laser Therapy) หรือบางครั้งอาจเรียกว่า “LILT” (Low Intensity Laser Therapy) ก็ได้
เลเซอร์ความเข้มต่ำ(LLT) คืออะไร?
การบำบัดเซลล์ป่วยด้วยเลเซอร์ความเข้มต่ำนี้มีใช้กันมานากว่า 47 ปี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1960 แต่ถูกพัฒนาขึ้นมาเรือยๆจนได้รับการยอมรับมากขึ้นจนเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก และมีงานวิจัยทางการแพทย์รองรับนับพัน การบำบัดด้วยวิธีนี้อาศัยเครื่องเลเซอร์ที่ให้รังสีอินฟราเรด ซึ่งมีความยาวคลื่นในช่วง 810-900 นาโนเมตร และแสงสีแดง (Visible Red Light) ซึ่งมีความยาวคลื่น 650-700 นาโนเมตรในเวลาเดียวกันเข้าไปฟื้นฟูในระดับเซลล์โดยตรง รังสีอินฟราเรดจะออกฤทธิ์บริเวณเยื่อบุเซลล์ ทำให้มีการไหลของวิตามิน เกลือแร่ หรือสารอาหารเข้าสู่เซลล์ได้ดีขึ้น รวมทั้งเร่งการขจัดของเสียออกจากเซลล์ได้ดีขึ้น ขณะที่แสงสีแดงออกฤทธิ์ภายในเซลล์ในตำแหน่างที่เรียกว่าไมโตรครอน และนิวเคลียสของเซลล์ ซึ่งเสมือนกองบัญชาการเซลล์ ทำให้เซลล์เกิดพลังงาน เกิดความกระชุ่มกระชวย หลั่งสารบางชนิดซึ่งทำให้เส้นเลือดขยายตัว ทำให้ออกซิเจนมาเลี้ยงบริเวณเซลล์เหล่านั้นได้ดีขึ้น ผลลัพธ์ก็คือเซลล์ที่เสื่อมสภาพหรือมีการอักเสบเกิดการซ่อมแซมตัวเองได้ในเวลาอันสั้น กระบวนการบำบัดด้วยเลเซอร์ความเข้มต่ำนี้เปรียบเสมือนต้นไม้ที่ได้รับการสังเคราะห์แสง ทำให้ต้นไม้กลับมามีชิวิตชีวาเขียวชอุ่มได้อีกครั้งนั่นเอง เลเซอร์ความเข้มต่ำนี้แตกต่างจากเลเซอร์ความเข้มสูง (HILT = High Intensity Laser Therapy) ที่คนไทยรู้จัก คือเลเซอร์ความเข้มสูงทำให้เกิดปฏิกิริยาความร้อนบนผิว Photothermal อย่างเช่นเลเซอร์กำจัดไฝ ขี้แมลงวัน รอยสัก กำจัดขน เป็นต้น ซึ่งเลเซอร์ในกลุ่มนี้อาจทำให้ผิวตกสะเก็ด ร้อน แดง และไหม้ได้ หากผู้ใช้ขาดความชำนาญ แต่เลเซอร์ในกลุ่มนี้อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับเซลล์ (Photothermal) โดยไม่ทำให้เกิดความร้อนบนผิว จึงไม่ต้องกลัวว่าจะทำให้ผิวไหม้ดำ คล้ำ ตกสะเก็ด เหมือนเลเซอร์ความเข้มสูง แต่ต้องทราบสาเหตุของโรคและสิ่งที่ต้องการบำบัด หากเลือกโปรแกรมและปรับพลังงานให้เหมาะสมกับอาการของโรค ก็จะได้รับการแก้ไขและดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่หากสร้างโปรแกรมผิดหรือใช้พลังงานไม่เพียงพอ การรักษานั้นๆก็อาจไม่ได้ผลตามต้องการ สำหรับแสงความเข้มสูง (IPL) ที่นำมาใช้ในเรื่องของความสวยงามนั้น ไม่ใช่เลเซอร์ แต่เป็นแสงที่มีความยาวคลื่นกว้างเสมือนการต้นเซลล์ผิวหนัง ต้องการกำจัดขนต้องเลือกแสงที่มีความยาวคลื่นจำเพาะกับเส้นเลือดแสงความเข้มสูงจึงไม่มีความยาวคลื่นจำเพาะเจาะจงหรือออกฤทธิ์ชัดเจนเหมือนเลเซอร์
มีประโยชน์อย่างไรบ้าง?
เลเซอร์ความเข้มต่ำ (LLLT) มีประโยชน์มากมาย สามารถใช้บำบัดโรคได้ทั้งในภาวะเฉียบพลันและเรื้อรัง เพราะการเจ็บป่วยและความเสื่อมของร่างกายล้วนเกิดจากการเปลี่ยนแปลงในระดับเซลล์ทั้งสิ้น เช่น อาการอักเสบเกิดจากเซลล์ซ้ำมีการหลั่งสารบางชนิดออกมาทำให้เกิดอาการบวมแดง ร้อน เมื่อใช้เลเซอร์ความเข้มต่ำไปบำบัดเซลล์ที่อักเสบก็จะสงบ ลดอาการอักเสบได้ อาการปวดกล้ามเนื้อเกิดจากกล้ามเนื้อหดตัว มีกรดแล็กติกกในเซลล์กล้ามเนื้อสูง เมื่อมีการบำบัดด้วยเครื่องเลเซอร์ความเข้มต่ำทำให้มีการกำจัดของเสียหรือกรดแล็กติกออกจากเซลล์กล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว อาการปวดก็ดีขึ้นได้เช่นกัน ในต่างประเทศนิยมใช้เลเซอร์ความเข้มต่ำในหลายกรณี เช่น
1. ด้านผิวหนัง อาจใช้เลเซอร์ความเข้มต่ำเพียงอย่างเดียวรักษาสิวอักเสบ รอยช้ำ อาการคันบริวเณผิวหนัง หรือภาวะผื่นผิวหนังอักเสบจากภาวะต่างๆ เช่น โรคสะเก็ดเงิน เซ็บเดิร์ม ผมร่วงจกาผิวหนังอักเสบ หลุ่มแผลเป็น รวมทั้งแผลเป็นรอยนูนแบบคีลอยด์ นอกจากนี้ยังใช้ในภาวะเรื้อรังบางกรณี เช่น ผิวแตกลาย กำจัดก้อนเซลลูไลท์ ยกกระชับผิวหน้า เป็นต้น ถ้าหากใช้ร่วมกับเลเซอร์ความเข้มสูง นิยมใช้เลเซอร์ความเข้มต่ำบำบัดตามหลังเลเซอร์ความเข้มสูง อย่างเช่นใช้เลเซอร์ความเข้มสูงลอกผิวซึ่งทำให้เกิดอาการแสบแดงร้อน ผิวไหม้ แล้วตามด้วยเลเซอร์ความเข้มต่ำเพื่อลดอาการดังกล่าว ทำให้แผลหายเร็วขึ้น แต่หากใช้ร่วมกับทรีตเม้นท์บำรุงผิว นิยมใช้เลเซอร์ความเข้มต่ำเปิดเซลล์ผิวก่อน แล้วตามด้วยการมาสก์หน้าหรือทำทรีตเม้นท์ผิว เพื่อให้ผิวได้รับสารอาหารได้ดียิ่งขึ้น
2. ด้านกระดูกและข้อ เลเซอร์ชนิดนี้ถูกนำมาใช้ในการรักษาอาการปวดกระดูกข้อ รวมถึงกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี ทั้งในกรณีอักเสบเฉียบพลันหรือเรื้อรัง โดยไม่ต้องทรมานกับการรับประทานยาลดอาการปวดเป็นเวลานานๆ ซึ่งอาจทำให้เกิดการระคายกระเพาะอาหาร เกิดแผลในกระเพาะอาหารตามมา เช่น ภาวะโรครูมาทอยด์ ข้อเข่าเสื่อม ปวดกล้ามเนื้อ หรือกระดูกทับเส้นประสาททำให้เกิดอาการชาตามปลายเท้า สำหรับนักีฬาที่ได้รับบาดเจ็บหลังการกำลังกายก็ใช้เลเซอร์ชนิดนี้บำบัดเช่นกัน นักฟุตบอลหน้าหยกอย่างเดวิท เบคแฮม ก็เคยมีข่าวว่าใช้เลเซอร์ชนิดนี้บำบัดตัวเองนี้เช่นกัน
3. ด้านศัลยกรรม มีรายงานการบำบัดแผลผ่าตัด แผลไฟไหม้ หรือแผลเบาหวานให้หายได้เร็วขึ้น
4. ด้านการฝั่งเข็ม ถูกนำมาใช้ในการบำบัดเพื่อลดอาการปวด งดสูบบุหรี่ ลดน้ำหนัก และงดเหล้าได้ โดยต้องจัดแสงเลเซอร์ความเข็มต่ำออกมาเป็นจุดกดตามจุดฝั่งเข็มบริเวณใบหูติดต่อกันวันละครั้งเป็นเวลา 3 วัน และเว้นห่างวันเว้นวัน รวมบำบัดอย่างน้อย 6 ครั้งจึงจะเริ่มเห็นผล โดยเชื่อว่าวิธีนี้ทำได้ง่ายกว่าการใช้เข็มเสียด้วยซ้ำ เนื่องจากการใช้เข็มฝั่ง ตำแหน่งที่ฝั่งเข็มต้องแม่นยำจึงจะได้ผล แต่การใช้เลเซอร์บำบัดแม้ว่าตำแหน่งอาจไม่แม่นยำเหมือนการใช้เข็ม แต่ก็ยังได้ผลบ้าง เนื่องจากรังสีของแสงแผ่กระจายเป็นวงกว้างกว่าปลายเข็ม จึงนับว่าเป็นวิธีที่ง่ายและได้ผลดีสำหรับนักบำบัดมือใหม่ที่ยังไม่แม่นเรื่องการฝังเข็มมากนัก
การใช้เลเซอร์ความเข้มต่ำนี้มาบำบัดมีประโยชน์มากมายหากใช้อย่างถูกวิธีปัจจุบันทั่วโลกเริ่มมีการใช้กันอย่างแพร่หลาย มีทั้งขนาดเล็กพกพาเพื่อบำบัดตัวเองแบบนักกีฬา หรือคนที่มีปัญหาปวดเมือยเป็นประจำ และขนาดใหญ่ที่ใช้กันในสถานพยาบาล ทั้งนี้ทั้งนั้นการบำบัดจะได้ผลมากน้อยขึ้นอยู่กับพลังงานที่เซลล์จะได้รับนั่นคือการใช้เครื่องขนาดใหญ่ที่มีพลังงานสูงก็จะเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนกว่า เครื่องต้นตำรับถูกผลิตในประเทศเยอรมนี มีโปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อเลือกเข้าไปบำบัดหรือปัญหาต่างๆมากมาย นอกจากนี้ในแต่ละโปรแกรมจะมีการปล่อยลำแสงเลเซอร์ออกมาเพร้อมกับความถี่ของแสงเลเซอร์เลียนแบบการฝั่งเข็มร่วมด้วย โดยผสมผสานศาสตร์ฝั่งเข็มของแพทย์ชาวฝรั่งเศส (Dr.Nogier) และศาสตร์ของการใช้ความถี่ของแสงในการบำบัดเนื้อเยื่อของแพทย์ชาวเยอรมัน (Dr.Bahr) เข้าด้วยกันอยู่ในสมองกลของเครื่องที่มีชื่อว่า “โพโตนิก 500” (Photonic 500)
มีข้อควรระวังในกรณีใด
มีข้อห้ามสำหรับการบำบัดในบริเวณรอบดวงตา ผู้ที่ใส่ลิ้นหัวใจเทียมเครื่องกระตุ้นการทำงานของหัวใจ บริเวณที่มีเนื้องอก ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ ผู้ทีได้รับยากดภูมิต้านทาน สตรีมีครรภ์ หรือบริเวณที่กำลังมีเลือดออก เพราะเลเซอร์นี้อาจจะกระตุ้นการทำงานของเซลล์ในบริเวณดังกล่าว ทำให้โรคที่เป็นอยู่กำเริบได้ ขณะที่บริเวณที่มีเลือดออกทำให้เลือดยิ่งขยายตัว เลือดจะออกมากขึ้นได้เช่นกัน
เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพและความงามพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ใครจะคิดว่าวันหนึ่งจะมีเลเซอร์บำบัดระดับเซลล์ได้จริง จนทำให้เป็นปัญหาความถูกแก้ไขได้ง่ายๆในพริบตา!มีปัญหาหลุมแผลเป็น
เพื่อนแนะนำให้ทำเดอร์มาโรลลิ่ง หลังทำใบหน้าซ้ำแดงมากจนตกใจ คล้ายรอยถลอก จนไม่กล้าไปทำงานรู้สึกกังวลมาก คุณหมอเลยใช้แสงเลเซอร์ลิลท์สแกนบนผิว เหลือเชื่อใบหน้าหายแดงไปกว่าครึ่ง อยาทราบว่าเลเซอร์นี้คืออะไร?
การใช้เดอร์มาโรลเลอร์ (Derma Rooler) กลิ้งบนผิวเพื่อแก้หลุมแผลเป็นต้องแปะยาชาทั่วริเวณที่ต้องการกลิ้งเสียก่อน โดยหัวเดอร์มาโรลเลอร์มีลักษณะคล้ายล้อหมุนที่ประกอบไปด้วยเข็มเล็กๆจำนวนมาก จะเจาะผิวเข้าไปถึงชั้นหนังแท้เพื่อทำลายพังผืดและกระตุ้นให้เกิดเนื้อเยื่อใหม่ หลุมแผลเป็นจึงตื้นขึ้นได้อย่างเห็นได้ชัด วิธีนี้ได้ผลดีสำหรับหลุมแผลเป็น แต่มีข้อเสียตรงที่หลังทำผิวหน้าจะแดงและมีรอยถลอกช้ำเลือดได้บ้าง แร่รอยแดงจะหายได้เองภายใน 24-48 ชั่วโมง ส่วนรอยถลอกจะตกสะเก็ดเป็นแผลเล็กๆบนผิวและหลุดเองในหนึ่งสัปดาห์...
เลเซอร์ลิลท์ (LLLT) ย่อมาจากคำว่า Low Level Laser Therapy ต่างกับเลเซอร์ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นเลเซอร์กำจัดไฝ เลเซอร์ลอกผิว เลเซอร์กำจัดขน ตรงที่ลิลท์เป็นเลเซอร์ความเข้มต่ำ ออกฤทธิ์ในระดับเซลล์ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสารคัดหลั่งสารเคมีในระดับเซลล์ โดยไม่ทำให้เกิดความร้อนบนผิว (Photochemical) เหมือนเลเซอร์ทั่วไปที่เรารู้จักซึ่งเป็นเลเซอร์ความเข้มสูง (HILT = High Laser Therapy) ทำให้เกิดความร้อนบนผิว (Photothemal) ที่ทำให้ผิวแตกร้อน แสบไหม้ได้...เลเซอร์ลิลท์สามารถปรับสมดุลในระดับเซลล์ในลักษณะการกระตุ้นหรือยับยั้งได้ เพื่อให้เซลล์กลับคืนสู่สภาพปกติ การบำบัดในระดับเซลล์นี้เรียกว่า Cell Tone Therapy เปรียบเทียบง่ายๆ เช่น เมื่อเราฟังเพลงเศร้าจะรู้สึกเศร้า ฟังเพลงผ่อนคลายก็รู้สึกผ่อนคลาย เคลิบเคลิ้มตาม อยากนอนหลับ ฟังเพลงสนุกก็อยากเต้น นั่นแหละ เซลล์ของเราก็เช่นกันบางครั้งอักเสบก็ต้องการเลเซอร์โทนที่ทำให้ลดการอักเสบลง บางครั้งเสื่อมสภาพก็ต้องการเลเซอร์โทนที่ทำให้เซลล์กลับมากระชุ่มกระชวยอีกครั้ง อย่างกรณีภาวะอักเสบหลังกลิ้งเดอร์มาโรลเลอร์เช่นกัน การปรับโทนเซลล์ด้วยเลเซอร์ลิลท์จึงสามารถแก้ไขได้อย่างสบาย...เห็นไหมว่าเซลล์เขาก็มีดนตรีในหัวใจเหมือนกัน
รู้สึกชอบเลเซอร์ชนิดนี้มาก แต่ไม่ทราบว่ามีข้อเสียอะไรบ้าง รบกวนขอทราบรายละเอียดด้วย
เลเซอร์ชนิดนี้มีประโยชน์มากมายครับ ทั้งยังมีงานวิจัยทั่วโลกจำนวนมากถึงประสิทธิภาพของเลเซอร์ในกลุ่มนี้ หากเข้าไปศึกษาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต บางครั้งอาจเรียก “LILT” ว่า “LLLT = Low Level Laser Therapy” ได้เช่นกัน ด้านความงามสามารถบำบัดได้หลายกรณี เช่น สิวหรือผิวอักเสบ แผลไฟไหม้ รอยแผลเป็น อาการคัน อาการแพ้ เริม เซลลูไลท์ ผมร่วง และอีกมากมาย หากเรารู้จักปรับโทนใหม่ให้เซลล์ด้วยเลเซอร์ชนิดนี้ แต่มีข้อห้ามสแกนเลเซอร์ชนิดนี้ในบริเวณต่อมไทรอยด์ ผู้ที่ใส่ลิ้นหัวใจเทียม ผู้ป่วยโรคหัวใจ มีไข้สูง บริเวณรอบดวงตา และตำแหน่งที่มีก้อนเนื้องอก เพราะอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นได้...
การรักษา “แผลเป็น” แนวใหม่โดยใช้วิธีบำบัดแบบ”Cell Tone” ทำให้มีคำถามเข้ามามากมายจนต้องนำมาตอบกัน
เรื่องการรักษาแผลเป็นโดยใช้วิธีบำบัดแบบ Cell Tone ไม่ทราบว่าเป็นอย่างไร?
เครื่องมือที่กล่าวถึงเครื่องเลเซอร์ความเข้มต่ำที่เรียกว่า “LILT” (Low Level Laser Therapy) ซึ่งแตกต่างกับเลเซอร์ความเข้มสูงที่เรียกว่า “HILT” (High Level Laser Therapy) ที่คนไทยรู้จักคือ เลเซอร์ความเข้มสูงเป็นเลเซอร์เป็นเลเซอร์ที่เปลียนพลังงานแสงเป็นความร้อนบนผิว ทำให้เกิดการทำลายสิ่งที่ไม่ต้องการออกไป เช่น ไฝ หูด ขน รอยดำ เป็นต้น ขณะที่เลเซอร์ความเข้มต่ำไม่ทำให้เกิดความร้อนบนผิว แต่เมื่อปล่อยลำแสงเลเซอร์ในบริเวณที่ต้องการบำบัด พลังงานแสงจากเลเซอร์จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในระดับเซลล์ให้กลับสู่ภาวะปกติ ในขณะที่ความผิดปกติต่างๆของร่างกายรวมถึงบริเวณผิวล้วนเกิดจากการที่เซลล์ป่วยทั้งสิ้น เช่น ผิวอักเสบ เพราะเซลล์มีการหลั่งสารบางชนิดผิดปกติ มีการขยายตัวของเส้นเลือดในบริเวณนั้น รอยแผลเป็นชนิดนูน เพราะเซลล์มีการสร้างเส้นใยคอลลาเจนมากผิดปกติ เป็นต้น การบำบัดด้วย LLIT นี้จึงเป็นการปรับเปลี่ยนเซลล์โทน (Cell Tone) ที่ผิดปกติให้กลับสู่สมดุลตามธรรมชาติ เช่น เซลล์ทำงานมากไปก็ยับยั้ง เซลล์ทำงานน้อยไปก็สามารถกระตุ้นได้ เพราะตัวเครื่องสามารถปล่อยลำแสงเลเซอร์ออกมาบำบัดเซลล์ได้โดยใช้โปรแกรมที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัญหาชนิดและปัญหาที่มีอยู่ เปรียบเสมือนเราฟังเสียงดนตรี ฟังเพลงเศร้าก็อยากร้องไห้ ฟังเพลงร็อคก็อยากเต้น ฟังเพลงผ่อนคลายก็รู้สึกง่วงนอน เป็นต้น ปัญหาแผลเป็นสามารถรักษาด้วยเลเซอร์ชนิดนี้ได้สบายมาก
-
ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่มีแผลเป็นบริเวณหน้าท้องหลังผ่าตัดมดลูก คลอดบุตร เป็นรอยนูนหนา ดูไม่สวยงาม เคยไปรักษากับคุณหมอที่คลินิกโดยฉีดยาที่แผลนูนก็ไม่ค่อยได้ผล จะรักษาด้วยวิธีนี้ได้ไหม นานแค่ไหนจึงเห็นผล ค่ารักษาแพงไหม
รอยแผลเป็นที่กล่าวถึงเรียกว่า “Hypertrophic Scar” เป็นแผลชนิดนูนซึ่งพบได้บ่อย การรักษาโดยการฉีดยาจำพวกสเตียรอยด์ตามที่กล่าวถึงสามารถทำให้แผลเรียบได้ แต่หากฉีดมากไปอาจทำให้เกิดรอยบุ๋ม สีผิวซีดลง ดูไม่สวยงาม...การรักษาแผลเป็นชนิดนี้ด้วยเลเซอร์ LILT จัดว่าได้ผลดีมาก โดยควรทำสัปดาห์ละ 2 ครั้งติดต่อกันอย่างน้อย 6-12 ครั้ง ขึ้นอยู่กับชนิดของแผลเป็นที่มีอยู่เดิม หากแผลผ่าตัดหรือแผลรอยนูนนั้นเพิ่งเกิดขึ้นใหม่ไม่นานนัก การรักษาด้วยวิธีนี้ประมาณ 6-8 ครั้งก็จะเห็นผลจนเป็นที่พอใจ แต่หากแผลเป็นนั้นเป็นเรื้อรังมานาควรทำติดต่อกันอย่างน้อย 12 ครั้ง จำนวนครั้งมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับความหนาความนูนของแผลที่มีอยู่เดิม โดยแผลที่นูนมากอาจต้องใช้จำนวนครั้งในการบำบัดมากขึ้น ขณะทำจะไม่รู้สึกเจ็บ นอนหลับได้อย่างสบาย สำหรับค่าใช้จ่ายในต่างประเทศคิดเป็นนาที ประมาณ 1,500-1,800 บาทต่อ 10 นาที หรือ 2,000-3,000 บาทต่อ 20 นาทีต่อครั้ง ในบ้านเราก็เริ่มมีให้บริการแล้วเหมือนกัน นับเป็นทางเลือกในการรักษาแผลเป็นแนวใหม่โดยไม่เจ็บตัว...โอมั่กๆ
เมื่อไหร่ที่เรารู้สึกไม่สบายหรือร่างการอ่อนล้า มักคิดถึงยาหรือวิตามินบำรุง แต่ปัจจุบันค้นพบวิธีที่ทันสมัยด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ซึ่งกำลังได้รับความสนใจคือ “LILT” เรื่องร้อนๆ ที่นำเสนอให้ได้รับรู้ก่อนใคร
LILT คืออะไร
LILT (Low Intensity Laser Therapy) เป็นการบำบัดโรคต่างๆด้วยแสงเลเซอร์ความเข้มต่ำในช่วงความยาวคลื่น 600-1,000 นาโนเมตร ซึ่งเป็นช่วงของแสงสีแดงและแสงที่ใกล้เคียงกับรังสีอินฟราเรด แตกต่างกับแสงเลเซอร์พลังงานสูงที่เรารู้จักกันทั่วไป ซึ่งใช้ในการผ่าตัด จี้ติ่งเนื้อ หรือกำจัดขนตามคลินิกหรือโรงพยาบาลทั่วไป ตรงที่ไม่ทำให้เกิดความร้อนบนผิว ขณะรักษาจึงไม่รู้สึกร้อนหรือเจ็บ ทั้งยังมีความสามารถทะลุทะลวงเข้าไปได้ลึกในระดับเซลล์ แสงสีแดงทำให้ส่วนประกอบภายในเซลล์ที่เรียกว่า “ไม่โตรครอนเดีย” ซึ่งเปรียบเสมือนขุมพลังงานภายในเซลล์ เกิดการสร้างพลังงานภายในเซลล์ ขณะที่แสงเลเซอร์ซึ่งมีความยาวคลื่นใกล้เคียงกับรังสีอินฟราเรดสามารถกรุ้นไมโตรครอนเดียในระดับเซลล์ได้เช่นเดียวกัน แต่ยังกระตุ้นผนังเซลล์ให้เกิดความตื่นตัว มีการนำของอิเล็กตรอนและสารอาหารต่างๆเข้าสู่เซลล์ได้ดีขึ้น...ข้อดีเหล่านี้เองจึงส่งผลให้เซลล์ในบริเวณที่สัมผัสกับแสงเลเซอร์จากเครื่อง LILT เกิดพลังงานในเซลล์ทำให้เซลล์กระชุ่มกระชวย มีการซ่อมแซมตัวเองได้ดีขึ้น ทั้งยังช่วยลดการอักเสบ เพิ่มระบบภูมิต้านทานในระดับเซลล์ ผลที่ได้รับคือ สามารถใช้รักษาภาวะอักเสบ อาการปวด และแก้ไขปัญหาผิวเสื่อมก่อนวัยให้กลับมาอ่อนเยาว์อย่างได้ผล กลไกการกระตุ้นให้เกิดพลังงานในระดับเซลล์แบบนี้เรียกว่า “Photobiostimulation” เสมือนต้นไม้ที่สังเคราะห์แสงได้โดยอาศัยแสงแดด ทำให้ใบไม้ที่เหี่ยวเฉากลับมาสดชื่นฟื้นคืนมาใหม่อีกครั้ง
ประโยชน์ของ LILT มีอะไรบ้าง
การบำบัดด้วยเลเซอร์พลังงานต่ำ (LILT) มีประโยชน์ในหลายด้าน มีการศึกษาและเริ่มใช้กันมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1967 รวมนานกว่า 40 ปี มีผลงานวิจัยที่น่าทึ่งมากมายแต่เริ่มได้รับความสนในมากขึ้นในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา หลังมีกาศักษาอย่างจริงจังถึงผลดีจากการรักษาด้วยวิธีนี้ ปัจจุบันในต่างประเทศเริ่มสนใจการบำบัดด้วยวิธีนี้มากขึ้นเรื่อยๆ มีเครื่อง LILT ให้เลือกใช้หลายรุปแบบ ทั้งแบบพกพาขนาดเล็กที่สามารถบำบัดตัวเองที่บ้านได้ หรือขนาดใหญ่ที่มีกำลังวัตต์สูงกว่า สามารถบำบัดได้ด้วยพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า ปัจจุบันสามารถนำมาแก้ปัญหาได้ทั้งปัญหาที่เดิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน (Acute) และเรื้อรัง (Chronic) เช่น ภาวะแผลอักเสบ ไฟไหม้ สิวอักเสบ แผลเบาหวาน เริม หรือแม้แต่ภาวะอักเสบหลังการผ่าตัด เพื่อทำให้แผลและภาวะอักเสบหายได้เร็วขึ้น โดยอาศัยการกระตุ้นให้เซลล์สร้างพลังงานและมีการซ่อมแซมตัวเองในเวลาอันสั้น นอกจากนี้ยังใช้บำบัดอาการปวดต่างๆ เช่น ปวดข้อ กระดูก กล้ามเนื้อ หรืออาการปวดหลังการผ่าตัดได้อีกด้วย ขณะที่การแก้ไขปัญหาเรื้อรังอาจต้องใช้เวลานานกว่า เพื่อกระตุ้นในเซลล์ที่เสื่อมสภาพไปแล้วให้ค่อยๆ กลับมาซ่อมแซมตัวเองใหม่ ส่งผลให้ผิวบริเวณนั้นแลดูตึงกระชับอ่อนเยาว์ขึ้น ปัจจุบันมีการนำมาใช้ในการรักษาภาวะผิวแตกลาย ผิวเสื่อมก่อนวัย ภาวะผมร่วง แผลเป็น ข้อกระดูกติด และอีกมากมาย เพื่อให้เซลล์ในบริเวณที่ได้รับการรักษาด้วยเครื่อง LILT ฟื้นกลับมามีชีวิตชีวา อ่อนเยาว์อีกครั้ง สุดท้ายที่น่าสนใจคือ ยังสามารถใช้แสงเลเซอร์พลังงานต่ำนี้ปล่อยออกมาจากเครื่องเป็นจุดเพื่อกดจุดบริเวณใบหู เลียบแบบการฝังเข็มโดยไม่จำเป็นต้องใช้เข็มฝังลงไปให้เจ็บตัว แต่ใช้แสงจากเครื่องเลเซอร์ LILT กดบริเวณตำแหน่งที่ฝั่งเข็มแทน มีการนำมาใช้รักภาวะติดบุหรี่ สุรา และอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนัง เครื่อง LILT มีโปรแกรมดีๆในการรักษามากมาย ขณะรักษาแพทย์หรือนักกายภาพจะปล่อยแสงออกมาซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบจุด เพื่อวางบนตำแหน่งจุดฝังเข็มบิรเวณใบหน้าและลำตัว บำบัดปัญหาตามลำตัวในแนวขนาน เป็นต้น... ขณะบำบัดผู้ที่ได้รับและแพทย์หรือนักภายภาพต้องสวมแว่นเพื่อป้องกันแสงเลเซอร์เข้าดวงตา ตามด้วยการทำความสะอาดผิวในบิรเวณที่ต้องปล่อยแสงจากเครื่อง LILT เข้าไปบำบัด ใช้เวลาบำบัดต่อครั้งคิดเป็นนาที ขึ้นอยู่กับปัญหาแต่ละชนิด โดยปัญหาที่เดิดขึ้นอย่างเฉียบพลันควรบำบัดทุกวันหรือสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ในครั้งที่ 6 จะเห็นสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นได้อย่างชัดเจน ขณะที่ปัญหาเรื้อรังสามารถบำบัดได้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง โดยสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ช้ากว่า แต่จะเริ่มดีขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อมีการบำบัดต่อเนื่องอย่างน้อง 8-10 ครั้ง ขึ้นอยู่กับปัญหาแต่ละชนิด
มีข้อห้ามในการทำ LILT อย่างไร
เนื่องจากการบำบัดด้วยเลเซอร์ความเข้มต่ำมีผลกระตุ้นเซลล์ในบริเวณที่สัมผัสกับเลเซอร์โดยตรง มีข้อห้ามสำหรับผู้ที่เข้ารับการรักษาด้วยวิธีนี้ในกลายกรณี เช่น
ภาวะตั้งครรภ์ ห้ามมีการฉายแสงบริเวณมดลูก เพราะจะกระตุ้นให้เกิดการคลอดก่อนกำหนดได้
เนื้องอกรหรือมะเร็ง แม้ว่า LILT จะช่วยบำบัดอาการปวดเนื้องอกหรือมะเร็งได้ แต่ห้ามฉายแสงในบริเวณที่มีก้อนเนื้องอกหรือมะเร็งโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้เซลล์ในบริเวณดังกล่าวถูกกระตุ้นจนเนื้องอกหรือมะเร็งลุกลามได้
ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ ห้ามฉายแสงบริเวณต่อมไทรอยด์ เพราะจะยิ่งทำให้เซลล์ของต่อมไทรอยด์ทำงานมากขึ้น อากาไทรอยด์เป็นพิษรุนแรงขึ้นได้
ผู้ทีได้รับยากดระบบภูมิต้านทานภายในร่างกาย เช่น โรคมะเร็ง โรคเลือดบางชนิด ห้ามมีการฉายแสงด้วยวิธีนี้ เพราะจะกระตุ้นภูมิต้านทานในร่างกายที่มีเซลล์ผิดปกติร่วมอยู่ด้วยออกมาทำให้อาการของโรคแย่ล
ค่าใช้จ่ายในการรักษาด้วย LILT
ในต่างประเทศคิดค่าบริการแบบนี้เป็นนาทีต่อนาทีที่นอนฉายแสง ราคามีให้เลือกตั้งแต่ 25 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อ 5 นาที จนถึง 120 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อ 1 ชั่วโมง เป็นเงินไทยประมาณ 850 บาทต่อ 5 นาที จนถึง 4,000 บาทต่อ 1 ชั่วโมง โดยปัญหาเฉียบพลันจะใช้เวลาในกาบำบัดประมาณ 10-15 นาทีต่อครั้ง ขณะที่ปัญหาเรื้อรังต้องใช้เวลานานกว่าประมาณ 20-40 นาทีต่อครั้ง
ติดต่อสอบถาม และรับบริการได้ที่....
สกรีนดอร์ คลินิค (SKEYNDOR CLINIC) ***บริหารงานโดย นพ.โกสินทร์ แจ่มเพ็ชรรัตน์
หาดใหญ่
1. สกรีนดอร์ คลินิค (แผนที่)
68 ถนนจุติอุทิศ ต.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110 โทร. 074-237-355 (3 สายอัตโนมัติ)
2. ซี เวลเนส คลินิค(แผนที่)
55/3 ห้างไดอาน่าดีพาร์ตเม้นท์สโตร์ ชั้น 4 หลังน้ำตก
ถ.ศรีภูวนารถ
อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110 โทร. 074-236-379 (3 สายอัตโนมัติ)
กรุงเทพฯ
สกรีนดอร์ คลินิค
1. สาขาสาทร ชั้น 1 ตึก คิว เฮ้าว์ ลุมพีนี ถนนสาทร เขตทุ่งมหาเมฆ
กรุงเทพฯ โทร. 0-2677-7597-8 (แผนที่)
2. สาขาเหม่งจ๋าย 518/16 ซ.รามคำแหง 39 (เทพลีลา1) แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ (แผนที่)
โทร. 0-2158-9391-2
|